ผู้เขียน หัวข้อ: บทที่ 16 : เงาลึกลับ  (อ่าน 1033 ครั้ง)

หยางเชี่ยนอวิ๋น(ผู้แปล)

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1578
    • ดูรายละเอียด
บทที่ 16 : เงาลึกลับ
« เมื่อ: ธันวาคม 21, 2019, 12:44:55 PM »


บทที่ 16 : เงาลึกลับ



หวังเจี้ยนนอนละเมอกระสับกระส่าย เขาส่งเสียงร้องครวญครางเพราะฝันร้าย กระทั่งปลุกให้หยิงเยว่ตื่น ทว่าหยิงเยว่ก็ไม่กวนเขา นางนอนนิ่งอยู่บนแท่นบรรทม นางไม่ต้องการปลุกเขาจากฝันร้าย นางต้องการให้หวังเจี้ยนจมอยู่ในห้วงฝันร้ายจนกว่าเขาจะตื่นขึ้นมา พร้อมกับอาการหอบฮั่ก ๆ

ใจดำ...!

หวังเจี้ยนยังคงส่งเสียงพึมพำ ครวญคราง และคำรามฮึ่มฮั่มเป็นครั้งคราวไม่หยุด ขณะที่หยิงเยว่ก็ปล่อยให้ทุกอย่างดำเนินต่อไป นางดึงผ้าห่มขึ้นคลุมไหล่ของตน จากนั้นก็กลับไปนอน

หวังเจี้ยนลุกขึ้นนั่งพร้อมด้วยอาการหอบ หน้าผากของเขาปกคลุมไปด้วยเม็ดเหงื่อ เขากวาดตามองทั่วทั้งห้อง โดยเจาะจงเพ่งพินิจไปยังเงามืดมิดซึ่งดูเหมือนจะเป็นรูปร่างของบุรุษผู้กำลังยืนนิ่งมองดูเขาในยามที่เขากำลังหลับฝัน

เขาปล่อยเสียงคำรามลึกจากในลำคอ “ออกไปจากที่นี่”

ครู่เดียว เงานั่นก็ดูเหมือนจะแสยะยิ้ม จากนั้นก็เอ่ยขึ้นอย่างเงียบ ๆ

องค์ชายผู้โหดร้าย
องค์ชายผู้โหดร้าย
เจ้าโหดร้ายมาก
ข้าจะพาคนที่เจ้ารักมากที่สุดไปจากเจ้า...อย่างที่ข้าเคยสัญญาไว้

นัยน์ตาของมันเลื่อนไปที่หยิงเยว่ผู้ซึ่งกำลังหลับ พร้อมกับกรนเบา ๆ อยู่ในเวลานั้น

หวังเจี้ยนเหวี่ยงแขนข้างหนึ่งขึ้นโอบกอดนาง เพื่อปกป้องนางไว้ เขาระวังไม่ทำให้นางตื่น “เจ้าไม่มีวันได้นางไป !” เขาคำราม

เงาหัวเราะขัน พร้อมกับชำเลืองมองเขา “ช่างเป็นรักที่ล้ำลึกจริง ๆ” จากนั้นเงาก็สลายร่างกระจาย ก่อนจะรวมตัวขึ้นอีกครั้งที่แท่นบรรทมของพวกเขาเหนือร่างหยิงเยว่

หวังเจี้ยนกอดชายาของตนกระชับแน่น เขารีบดึงตัวนางออกจากแท่นบรรทม จากนั้นก็ถอยกลับไปกระทั่งติดผนังห้อง โดยที่แขนยังโอบรอบร่างของนางแน่น พร้อมที่จะโจมตีผู้บุกรุกที่มืดมิด “ออกไปซะ...ที่นี่ไม่ต้อนรับเจ้า !”

ความสับสนวุ่นวายนี้ ปลุกหยิงเยว่ให้ตื่นขึ้นมาโดยหารู้ไม่ว่ามีสิ่งใดเกิดขึ้น ครั้นนางรู้สึกตัวว่าแขนของสวามีโอบรอบหน้าอกของนางแน่นมาก กระทั่งแทบหายใจไม่ออก นางจึงพยายามหดตัวหนี

“ปล่อยข้า !”

นางสังเกตเห็นว่าหวังเจี้ยนได้ลากนางมากระทั่งติดผนังห้องพร้อมกับเขา นางรู้ว่าเขาฝันร้าย หากแต่ไม่เคยเลวร้ายถึงขั้นที่คว้านางออกมาเช่นนี้

นางจับแขนของหวังเจี้ยน “ไม่เป็นไร...หวังเจี้ยน ไม่มีผู้ใดอยู่ที่นี่” หยิงเยว่เอ่ยปลอบประโลมสวามี นางมิรู้ว่าฝันร้ายครั้งนี้ของเขาทำให้เขาทรมานยิ่งกว่าที่เคยเป็นมา

แขนของหวังเจี้ยนเสมือนคีมเหล็ก เขาไม่ยอมปล่อยมือที่ยังคงกอดนางแน่นราวกับจะมีคนลักนางไปจากเขา

หยิงเยว่พยายามดันแขนของเขาออกอีกครั้ง ทว่าก็ไม่อาจทำได้

นางตัวงอ นางมองเห็นนัยน์ตาราวสัตว์ป่าของเขาโชนประกาย สำรวจความมืดอย่างไม่หยุดหย่อน พยายามมองหาใครสักคนในห้อง

“ไม่เป็นไร...มิมีผู้ใดอยู่ที่นี่ มีเพียงเราสองคนเท่านั้น” นางเผยอปากแตะลงบนแก้มของเขา พยายามทำให้เขาเย็นลง

หวังเจี้ยนกระพริบตา ในที่สุดเขาก็เริ่มสงบลงทีละน้อย

“หยิงเยว่” เขากล่าวด้วยอาการราวสำลัก จากสัมผัสของนาง เขาคลายวงแขนที่ยึดนางแน่น หากแต่ยังคงกอดนางเบา ๆ ปล่อยให้ศีรษะของเขาซบลงบนไหล่ของนาง ด้วยอาการคล้ายจะสะอื้น “ข้าเสียใจ ข้าไม่รู้ว่าควรทำเช่นไรดี”

“ยามนี้...มิใช่เวลามาคิดเรื่องนั้น” หยิงเยว่เอ่ยเบา ๆ มือของนางโอบศีรษะของเขา นั่นทำให้สติอารมณ์ของเขามั่นคงขึ้น “มันก็แค่ฝันร้าย กลับไปนอนกันเถอะ”

เขาพยักหน้าให้นางอย่างเงียบ ๆ แม้เขาจะรู้ว่า เขาคงจะหลับไม่ลงอีกเลยตลอดราตรีนี้

เช้าวันรุ่งขึ้น หวังเจี้ยนเคี้ยวอาหารเช้าอย่างช้า ๆ เขาแทบไม่ได้หลับไม่ได้นอนเลยทั้งคืน เขามองชายาผู้นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ยิ่งเห็นก็ยิ่งรำคาญใจ หวังเจี้ยนรู้ว่านางกำลังจะกล่าวสิ่งใด และเขาก็รู้ว่าเขาจะตอบนางเช่นไรด้วย

“เลิกให้นางกำนัล และทหารองครักษ์พวกนั้นติดตามข้าเสียที หวังเจี้ยน !” นางกอดอกพร้อมกับจ้องมองเขา

หวังเจี้ยนยังคงก้มหน้าก้มตาอยู่กับขนมอบ ต่อมรับรสของเขายังไม่ตื่น นั่นทำให้ขนมอบมีรสชาติไม่ต่างจากการเคี้ยวกระดาษ เขามองสายตาวาววับของชายาก่อนจะตอบว่า “ไม่”

“ยกเลิกคำสั่งเสีย !” นางหน้าบึ้ง

“ไม่...ข้าไม่ต้องการให้เจ้าเดินไปทั่ววังเพียงลำพัง”

“เหตุใดกัน...นี่ท่านกลัวว่าข้าจะหนีกระนั้นหรือ ?”

“มิใช่...หากแต่พระราชวังเป็นสถานที่อันตราย  หยิงเยว่...ข้าไม่ต้องการให้เจ้าเดินไปไหนมาไหนคนเดียว”

“ข้าแข็งแกร่งกว่าบรรดาผู้คุมที่ท่านให้ติดตามข้าเสียอีก ยังจะมีสิ่งใดเกิดขึ้นกับข้าได้เล่า !”

“ไม่...อาจมีบางอย่างเกิดขึ้น และหากมีสิ่งใดเกิดขึ้น ข้าต้องการให้มีใครซักคนรีบกลับมารายงานข้า”

“ฟังนะ !” หยิงเยว่ทุบหมัดลงบนโต๊ะกระทั่งจาน และถ้วยสั่น

หวังเจี้ยนถอนหายใจนิ่ง ๆ เขายังคงเคี้ยวขนมอบของเขาต่อไป เขาหยิบถ้วยชาขึ้นมาจิบ “คำตอบคือไม่ และต่อให้เจ้าโกรธให้ตาย ก็จะไม่มีวันเปลี่ยนความคิดของข้าได้”

หยิงเยว่ผุดลุกขึ้นอย่างไม่พอใจ นางเดินไปที่ทหารองครักษ์คนแรกผู้ซึ่งไม่รู้อิโหน่อิเหน่ ทหารผู้นั้นมองดูพระชายาเดินเข้ามาหาเขา หยิงเยว่จับหัวของทหารองครักษ์กระแทกกับผนังจนสลบ จากนั้นนางก็พุ่งไปหาอีกคนที่ไม่มีโอกาสแม้แต่จะตอบโต้ เมื่อหัวของเขากระแทกอย่างแรงบนกำแพงหิน เขาก็สลบเหมือดตามคนแรกไป

หวังเจี้ยนอ้าปากค้าง “เจ้าบ้าไปแล้วกระนั้นหรือ ? หากพลั้งมือจนพวกเขาตายล่ะ ?” เขาเหลือบมองไปที่ร่างของทหารทั้งสองที่นอนกองอยู่บนพื้น

“แล้วไง ? ข้าจะทุบทหารทุกคนที่ท่านมอบหมายให้มาติดตามข้า จนกว่าท่านจะไม่เหลือผู้ใดให้ส่งมาอีก !”

หวังเจี้ยนมีสีหน้าบูดบึ้ง “ต้องการเช่นนั้นหรือ ?”

“ก็ลองดูสิ !”

อารมณ์ขันปรากฏขึ้นบนใบหน้าหวังเจี้ยน เขาหรี่ตาลงแล้วยิ้ม พร้อมทั้งสั่งทหารองครักษ์คนสนิทของเขา ... “เชิญหัวหน้าองครักษ์ฉั่วมาที่นี่”

หลังจากมีรับสั่งเรียกตัว เพียงครู่หัวหน้าองครักษ์ฉั่วฉานซินก็มาถึง

“ข้าน้อย คารวะ องค์ชายหวังเจี้ยน ?” เขาก้มหัวลงต่อพระพักตร์องค์ชาย

“อืม...” หวังเจี้ยนนั่งจิบชา เขาเอนกายลงบนโต๊ะ ทอดพระเนตรชายาของตน  ริมฝีปากของเขาโค้งขึ้นราวกับจะเยาะเย้ยนาง “ข้าว่า จะขอร้องให้หัวหน้าองครักษ์ฉั่ว ช่วยดูแลชายาแทนข้าในวันนี้ได้หรือไม่ ?”

“ข้าน้อยน้อมรับพระบัญชา”

หวังเจี้ยนหันไปหาหยิงเยว่ เขาเอนหลังพิงพนักเก้าอี้หมายจะดูว่า นางจะทำเช่นไรต่อไป เขากล่าวอย่างอ่อนโยนว่า “ไงล่ะ ตอนนี้เจ้าไม่ทุบเขาแล้วกระนั้นหรือ ?”

หัวหน้าองครักษ์ฉั่วได้แต่งงงวยกับบทสนทนานั้น “หมายความเยี่ยงไร ?”

หยิงเยว่เพียงยิ้มเยาะสวามีของนาง “ฉานซิน ! เป็นข้อยกเว้น”

“ข้าก็คิดเช่นนั้น” หวังเจี้ยนไม่สามารถซ่อนรอยยิ้มผิดหวังบนใบหน้าของตนได้ เขาจิบน้ำชาครั้งสุดท้าย และรู้สึกว่ารสชาติของมันขมเกินจะรับได้ขึ้นมาทันที  “ดีมาก...แต่อย่าตกหลุมรักกัน ในขณะที่ข้าไม่อยู่ล่ะ เพราะนั่นจะกลายเป็นเรื่องน่าเศร้าสำหรับเราทุกคนเลยทีเดียว”

หวังเจี้ยนลุกขึ้น จากนั้นก็ก้าวออกจากโต๊ะอาหารเช้าไป ทิ้งหัวหน้าองครักษ์ฉั่วไว้กับหยิงเยว่ที่ยังคงนั่งอยู่ในโต๊ะอาหาร

 “จงจับตาดูนางอย่างเข้มงวด และจงอยู่ให้ห่างจากมุมมืดเข้าไว้ ข้าคงไม่ต้องเน้นย้ำสิ่งใดมากไปกว่านี้นะ...”



***จบบท เงาลึกลับ***

 

SMF spam blocked by CleanTalk