ผู้เขียน หัวข้อ: บทที่ 14 : การสนทนาระหว่างพี่น้อง  (อ่าน 678 ครั้ง)

หยางเชี่ยนอวิ๋น(ผู้แปล)

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1578
    • ดูรายละเอียด
บทที่ 14 : การสนทนาระหว่างพี่น้อง
« เมื่อ: พฤศจิกายน 22, 2019, 10:13:07 PM »


บทที่ 14 : การสนทนาระหว่างพี่น้อง



เสียงฝีเท้าเบากริบ ย่างเข้าสู่ลานอันสว่างไสวซึ่งตั้งอยู่ทางปีกด้านตะวันออกของวัง ภายในห้องอันเงียบสงบที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของสวนขนาดใหญ่ได้ ห้อง ๆ นี้มีเพียงคนในราชวงศ์เท่านั้นจึงจะสามารถเข้ามาได้ องค์ชายหวังจุนเจี๋ยขอเข้าเฝ้าองค์ชายหวังเจี้ยนเป็นการส่วนพระองค์ เพื่อปรึกษาเรื่องที่เขาเป็นกังวล

เขาเดินนำเข้าห้อง โดยทิ้งทหารองครักษ์ประจำตัวไว้ที่โถงทางเดิน ขณะที่เขาปิดประตูไม่มีผู้ใดอยู่ในห้อง นอกจากตัวเขาและพี่ชาย ในไม่ช้าหวังจุนเจี๋ยก็พบองค์ชายหวังเจี้ยน

องค์ชายหวังเจี้ยนกำลังนั่งพักผ่อน ขาของเขาวางพาดสบาย ๆ โดยมีหม้อชาที่มีไอน้ำลอยกรุ่นวางอยู่บนถาดข้าง ๆ กาย นั่นทำให้องค์ชายหวังจุนเจี๋ยรู้ได้ทันทีว่าพี่ชายคงรอเขามาครู่ใหญ่แล้ว

องค์ชายหวังเจี้ยนกดริมฝีปากของตนลงบนถ้วยที่ถือไว้ในมือ เขาจิบมันอย่างเงียบ ๆ ในขณะที่องค์ชายหวังจุนเจี๋ยก็เดินไปหยุดอยู่ด้านหลังเขา

"มีเรื่องใดสำคัญ ถึงขนาดที่เจ้าต้องเรียกข้ามาที่นี่ เพื่อสนทนาเป็นการส่วนตัวกระนั้นรึ ?" องค์ชายหวังเจี้ยนเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนิ่งสงบตามแบบของเขา

หวังจุนเจี๋ยไม่รู้จะเอ่ยอย่างไรเกี่ยวกับเรื่องที่เขาเป็นกังวล โดยไม่ให้สะเทือนความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้อง ทว่าหลังจากพบหยิงเยว่เมื่อวันก่อนนั้น นางทำให้เขารู้สึกงงงวยเป็นอย่างมาก "ชายาของเสด็จพี่ ข้าแปลกใจในความสามารถของนาง จู่ ๆ นางก็มีทักษะในการต่อสู้ที่ดีมาก นั่นทำให้ข้างุนงงเป็นอย่างยิ่ง"

องค์ชายหวังเจี้ยนวางถ้วยชาลงบนโต๊ะ เขาทำเสียงฮึ่มฮั่มในลำคอ เขาเองก็รู้สึกแปลกใจไม่ต่างจากน้องชาย หากแต่ที่แปลกใจกว่า  ก็คือความจริงที่ว่าองค์ชายหวังจุนเจี๋ยต้องการพบเขา เพียงเพราะเรื่องหยิงเยว่

"แล้วไง เจ้าพยายามจะพูดเรื่องอะไร ?"

องค์ชายหวังจุนเจี๋ยเดินไปรอบ ๆ อย่างเงียบ ๆ เพื่อที่จะได้เห็นสีหน้าพี่ชายของตน ก่อนที่จะกล่าวขึ้นอีกครั้ง

หวังเจี้ยนยังคงจ้องมองภาพตรงหน้าอย่างไม่ละสายตา ใบหน้าของเขาราวกับก้อนหิน ดูแข็ง และไม่สามารถอ่านออก

"ท่านรู้หรือไม่ว่า ด้วยความสามารถของนาง ต้องใช้เวลากว่าสิบปีจึงจะเชี่ยวชาญถึงเพียงนี้ได้ ? ไม่มีทางที่มนุษย์อย่างเราจะสามารถเพิ่มขีดความสามารถได้ถึงระดับนี้ในเวลาเพียงไม่กี่ปี ท่านกับข้าต่างได้รับการฝึกฝนศิลปะการต่อสู้ทุกรูปแบบ นับแต่เราเริ่มหัดเดิน ! มิใช่แค่อาจารย์ธรรมดา ๆ หากแต่เรียนกับอาจารย์ที่เปี่ยมด้วยความรู้ความสามารถระดับแคว้น ! ทว่านาง ... " องค์ชายหวังจุนเจี๋ยสูดลมหายใจเข้าอีกครั้งอย่างหนักหน่วง "... นางสามารถฝึกฝนให้ตนเองมีพละกำลัง และความรวดเร็วได้เท่ากับเราผู้ซึ่งใช้เวลาฝึกฝนมาตลอดทั้งชีวิต"

"เจ้าอย่าเพิ่งเป็นกังวลให้มากนักเลย จุนเจี๋ย เชื่อใจข้าเถอะ ข้าเองก็กำลังใคร่ครวญเรื่องนี้อยู่ นางพยายามเอาชีวิตข้าเมื่อหลายวันก่อน ทว่ากลับล้มเหลว แท้ที่จริงข้ารู้ว่านางคือหยิงเยว่ เพราะข้าก็ไม่เคยคลาดสายตาจากนางเลย นับแต่นางออกจากวัง ข้าสั่งคนติดตามนางตลอดเวลา ข้าคอยเฝ้าดูนาง ให้อาหาร และที่พักพิงแก่นาง ยามเมื่อนางต้องการ สายลับของข้าจะคอยรายงานทุกอย่างแก่ข้า ข้าคิดว่าข้ารู้เรื่องราวทุกอย่างของนาง หากแต่ก็ไม่รู้ว่านางได้รับพลังจากที่ใด

กระทั่งข้าคิดว่าถึงเวลาแล้วที่จะหลอกล่อนางให้เข้ามาในวัง เช่นนั้นข้าจึงเปิดทางให้นางเข้ามาทำร้ายข้า ข้ารู้ว่านางเกลียดข้า และต้องการที่จะสังหารข้า และข้าก็คิดถูก นางอาจจะสังหารข้าได้สำเร็จ หากคืนนั้นหัวหน้าองครักษ์ฉั่วไม่อยู่ที่นั่น ข้าขอให้เขาอยู่กับข้า เหตุเพราะข้ารู้ว่าหยิงเยว่จะมาหาข้า"

“ท่านกำลังจะบอกข้าว่า นางสามารถเป็นนักสู้ที่มีชื่อเสียงได้กระนั้นหรือ ?” เสียงของหวังจุนเจี๋ยเบาราวเสียงกระซิบ “เช่นนั้น... ท่านผลักไสนางออกไปในตอนแรกเพื่ออะไร ? ท่านส่งนางออกไปเผชิญความทุกข์ทรมาน สิ่งที่ท่านทำไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลย"

"ทุกสิ่งที่ข้าทำก็เพื่อปกป้องคนของข้า และคนผู้นั้นก็สำคัญมากเกินกว่าที่ผู้อื่นจะเข้าใจ น้อยคนนักที่จะรู้ว่า นางมีความหมายสำหรับข้ามากเพียงใด การให้นางออกจากวังย่อมเป็นวิธีที่ดีกว่า  นางจะปลอดภัยมากกว่าอยู่ในวัง วังเป็นสถานที่อันตรายมากนะ น้องชาย"

องค์ชายหวังจุนเจี๋ยสูดลมหายใจเข้าลึก พร้อมกับจ้องมองพี่ชายของตน

"เจ้าเคยถูกบังคับให้ต้องแสดงท่าทีโหดร้าย เพื่อปกป้องสิ่งที่สำคัญที่สุดหรือไม่ ?" หวังเจี้ยนเอ่ยถาม

"เคย" หวังจุนเจี๋ยกล่าวตอบ

"เช่นนั้น...เจ้าก็คงเข้าใจ พวกเราล้วนมีศัตรู และศัตรูอยู่ได้ในทุกที่ พวกเขาอยู่ทั้งใน และนอกวัง ข้าไม่สามารถไว้วางใจผู้ใดได้ แม้แต่คนในครอบครัวของข้าเอง"

องค์ชายหวังจุนเจี๋ยพ่นลมหายใจแรงด้วยความโกรธ เลือดในกายของเขาเดือดพล่าน เขากำหมัดแน่น  "ท่านอาจไม่เชื่อใจข้า หากแต่ข้าไม่เคยคิดทำร้ายท่าน เสด็จพี่ ท่านเองก็รู้ดีว่า เสด็จพ่อจะจัดการเช่นไร หากมีคนลอบทำร้ายพระโอรสองค์โตของพระองค์ ? เสด็จพ่อคงแขวนคอข้าเป็นแน่ หากข้าทรยศต่อท่าน ! และท่านก็อาจจะฆ่าล้างตระกูลพระมารดาของข้า หากท่านพิโรธ"

องค์ชายหวังเจี้ยนเผยรอยยิ้มชั่วร้ายออกมา "ก็ดีแล้ว ที่เจ้าเองก็รู้ถึงผลที่จะตามมา"

ร่างของหวังจุนเจี๋ยสั่น เขายักไหล่ปฏิเสธบทสนทนา "แล้วหยิงเยว่ล่ะ จะทำอย่างไรต่อไป ?

"ก็ไม่มีอะไร ปล่อยให้นางอยู่แบบนี้ไป ข้าเองก็ไม่รู้ว่า จู่ ๆ นางมีทักษะเช่นนั้นได้อย่างไร อาจมีบางเรื่องที่สายลับของข้าพลาด และข้าต้องค้นหาให้ได้ว่ามันคืออะไร" องค์ชายหวังเจี้ยนหยิบถ้วยชาของเขาขึ้นมาจิบอีกครั้ง

"เหตุใดท่านถึงพานางกลับมาที่วัง ?"

"อืม... ข้าต้องการจับตาดูนาง และข้าจะต้องทำให้นางสนิทใจ"

"ท่านต้องการตรวจสอบ เพื่อหาความผิดปกติในร่างกายของนางกระนั้นหรือ ?"

"เจ้าไม่คิดหรือว่า ทุกสิ่งที่ข้าทำ ข้าย่อมมีจุดหมาย ?"

หวังเจี้ยนจำได้ดีถึงครั้งที่เขาต่อกระดูกซี่โครงร้าวให้แก่นาง เขาแน่ใจว่า เขาสัมผัสร่างกายของนางซึ่งไม่ต่างกับคนปกติ แม้ว่าความมืดในห้องจะทำให้มองเห็นไม่ชัดเจนก็ตามที

"แต่หากเจ้าจะถามว่า ข้าได้หลับนอนกับนางหรือไม่ ? คำตอบคือไม่"

องค์ชายหวังจุนเจี๋ยมีสีหน้าบึ้งตึง เขาเคยได้ยินเรื่องที่พี่ชายของตนขาดเรื่องทางเพศไม่ได้ จากนั้นเขาก็ยิ้ม "เรื่องขาดเพศรสของท่านก็เป็นเรื่องที่น้องชายคนนี้เป็นห่วงเช่นกัน”

หวังเจี้ยนหัวเราะลั่น “เอาล่ะ เจ้าต้องการรู้สิ่งใดอีก น้องชาย ? เวลานี้ข้าเปิดโอกาสให้เจ้า ! อยากถามอะไรก็ถามมา และข้ายินดีที่จะตอบเจ้า !" เขาเอนหลัง พร้อมกับเหยียดยิ้มกว้างอย่างยโส

"ไม่ล่ะ ขอบคุณ ข้าคิดว่าข้ารู้ทุกอย่างที่จำเป็นต้องรู้แล้ว" หวังจุนเจี๋ยหันกลับ ก่อนจะเดินออกจากห้องอย่างเงียบ ๆ



***จบบท การสนทนาระหว่างพี่น้อง***

 

SMF spam blocked by CleanTalk