ผู้เขียน หัวข้อ: บทที่ 31: ภูเขาสารพัดพิษ  (อ่าน 11 ครั้ง)

หยางเชี่ยนอวิ๋น(ผู้แปล)

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 715
    • ดูรายละเอียด
บทที่ 31: ภูเขาสารพัดพิษ
« เมื่อ: พฤศจิกายน 08, 2019, 08:40:20 PM »


บทที่ 31: ภูเขาสารพัดพิษ



“ดังนั้น..พวกเขาจึงอยากจะใช้ข้าเป็นเหยื่อล่อสัตว์อสูรนั่น.... '

ฝางซิงแสร้งทำเป็นหลับ  แต่เมื่อได้ยินเจตนาแท้จริงของคนพวกนั้น เขาก็อดตกใจไม่ได้ สีหน้าของเขาเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย ถึงแม้จะเป็นการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้คลาดจากสายตาของโฮวชิง ตลอดการเดินทางฝางซิงอาจหลอกลวงคนอื่นได้ แต่สำหรับโฮวชิงซึ่งเคยได้ยินเรื่องราวทั้งหมดของฝางซิงจากหลิวเฟิงมาแล้วว่าแม้ฝางซิงจะเป็นเด็ก แต่ก็ฉลาด มีไหวพริบ และโหดเหี้ยม” ดังนั้นโฮวชิงจึงเชื่อว่าฝางซิงเล่นละครตลอดการเดินทางที่ผ่านมาในครั้งนี้

จึงไม่แปลก ที่โฮวชิงจะคอยจับตาดูฝางซิง และนี่คือเหตุผลว่าทำไมฝางซิงจึงไม่สามารถที่จะหลบหนีไปไหนได้

หลังจากรวบรวมสติได้ ฝางซิงก็ตระหนักว่าคงไม่ดีแน่ เขาต้องรีบกลบเกลื่อน
ฝางซิงรีบพลิกร่างไปมา พร้อมกับพึมพำออกมาว่า "นี่หินจิตวิญญาณจากศิษย์พี่! พวกเจ้าห้ามแตะต้อง.... "

เมื่อโฮวชิงได้ยินเขาก็นิ่งอึ้งเล็กน้อย การเฝ้าจับตามองของเขาก็ผ่อนคลายลง เขาเริ่มยิ้มออกมาเล็กน้อย

ศิษย์พี่หลิวซานลดเสียงพูดลงจนเหมือนกระซิบขณะกล่าวว่า "ดูเหมือน ศิษย์น้องฝางจะฝันว่าโดนรังแกอยู่ ตอนนี้เขาเห็น 'ศิษย์พี่โฮว' เป็นผู้สนับสนุนเขาไปแล้ว เฮ้อ! ข้าเองที่จริงก็รู้สึกค่อนข้างเอ็นดูเขาแม้จะอยู่ร่วมกันเพียงไม่กี่วัน หากมีวิธีอื่น เราก็ควรหาทางเพื่อรักษาชีวิตของเขาดีไหม? "

"ฮึ ศิษย์พี่หลิวซาน  ท่าทางเจ้าเหมือนมีปัญหา?"

เสียงที่น่ากลัวพูดดังขึ้นขัดจังหวะหลิวซาน  แน่นอนว่าไม่ใช่ใครนอกจากศิษย์ขั้นสาม เฉียนถง และไม่มีใครรู้ว่า เขาขยับเข้าใกล้คนทั้งสองตั้งแต่เมื่อใด  เสียงเย็นชาของเขากล่าวต่อว่า "ข้ารู้ว่าเจ้าเป็นคนใจอ่อน คิดทำการใหญ่เพียงแค่เสียสละเด็กน้อยคนหนึ่งไม่ใช่เรื่องใหญ่ ไม่งั้นพวกเราก็ต้องเสี่ยงกันเอง เอางั้นรึ? ตอนที่เราพาเขาออกมาจากสำนัก เราก็มองเขาเป็นแค่คนที่ตายไปแล้วอยู่แล้วนี่ "

ใบหน้าหลิวซานเปลี่ยนเป็นเคอะเขิน เขาถอนหายใจอย่างเงียบๆ "เจ้าพูดถูก..ข้าใจอ่อนเกินไป"

จะว่าไป หลิวซานพยายามบังคับใจตัวเองให้รับฟังการพูดคุยเกี่ยวกับรายละเอียดของแผนการ  และวิธีการที่จะใช้ "เหยื่อล่อ" ของพวกเขา  ดูเหมือนว่าหลิวซานจะถูกเชิญให้เข้าร่วมภารกิจ เพราะเขาเข้าใจในนิสัยของสัตว์อสูรตัวนั้น แต่เมื่อถลำตัวเข้ามาในแผนการนี้ซึ่งจะใช้ดำเนินการกับฝางซิงจริงๆ  เขาก็รู้สึกหวาดกลัว  และร้อนรนใจกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับเด็กน้อยอย่างฝางซิง

การจะล่อ คางคกยักษ์นั่นออกมา ต้องใช้เลือด เพราะคางคกนั่นจะตามกลิ่นเลือดของมนุษย์  และพลังลมปราณมา ดังนั้น พวกเขาต้องแทง 18 จุดสำคัญบนร่างกายของฝางซิง ที่มีพลังลมปราณสมบูรณ์มากที่สุด จากนั้นก็ทำลายจุดชี่ห่ายของฝางซิง (จุดชี่ห่าย : จุดฝังเข็มบริเวณท้องน้อย บนแนวกึ่งกลางลำตัว อยู่ใต้สะดือ 1.5 ชุ่น เป็นจุดสำคัญในการบำรุงสุขภาพ ข้อบ่งใช้: ภาวะชี่หรือเลือดพร่องรุนแรง ท้องเสีย ภาวะพร่องจากการสูญเสียพลังงานจนซูบผอม ไส้เลื่อน ปวดบิดท้อง ปัสสาวะขัด กลั้นปัสสาวะไม่ได้ ปัสสาวะรดที่นอน ฝันเปียก เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ รอบเดือนผิดปกติ ตกขาว มดลูกหย่อน และน้ำคาวปลาไม่แห้ง)  ทำให้พลังลมปราณของฝางซิงไม่มีที่ยึดเหนี่ยว และไหลออกมาพร้อมเลือด ที่สุดพวกเขาก็จะฝังฝางซิงไว้ภายในกับดักที่พวกเขาได้เตรียมไว้ก่อนหน้านี้ แล้วเสียงร้องอย่างเจ็บปวดของฝางซิงจะเป็นสิ่งล่อสัตว์อสูรร้ายนั่นให้ออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม

นี่ไม่ใช่แค่ใช้ฝางซิงเป็นเหยื่อล่อ แต่หมายถึงต้องฆ่าเขาด้วย

ถ้าพวกเขาจะใช้ฝางซิงเพื่อล่อสัตว์อสูรร้ายนั่นออกมา ฝางซิงก็ยังมีโอกาสรอด แต่ด้วยวิธีการอำมหิตเยี่ยงนี้ อย่างไรฝางซิงก็ต้องตายแน่

และถึงแม้ฝางซิงจะรอดจากการกลายเป็นอาหารอันโอชะ อย่างไรเสียก็ต้องพิการอยู่ดี

'ไอ้พวกชั่วช้า...จิตใจต่ำทรามที่สุด'
ฝางซิงถอนหายใจเบาๆ  ก่อนจะพลิกตัวหันไปทางกองไฟ แล้วนอนนิ่ง

"เฮ้..เด็กน้อย..ตื่นได้แล้ว!"

ในตอนเช้า ศิษย์พี่อีกคนที่แซ่เจ้า ชื่อเจ้าซู่จี๋ และเฉียนถง ร่วมกันเตะฝางซิงเพียงเพื่อปลุกเขา
ฝางซิงจ้องมองพวกเขาอย่างงุนงง แต่พวกเขาก็ยิ่งเตะฝางซิงแรงขึ้น

ภายในเวลาเพียงคืนเดียว พวกเขาทั้งสี่ก็เปลี่ยนแปลงทัศนคติที่มีต่อฝางซิงอย่างสมบูรณ์  เพื่อป้องกันไม่ให้หลิวซานใจอ่อนอีก  พวกเขาเริ่มที่จะทำร้ายฝางซิงทั้งทางร่างกาย และวาจา

ฝางซิงไม่แปลกใจกับสิ่งที่เขาเจอ เขารู้ว่าคนพวกนี้กำลังวิตกจริต
เมื่อครั้งที่อยู่ในหุบเขากุ๋ยหยาน เขาเคยเห็นมานักต่อนัก  คนที่ปกติดูเป็นคนใจดี หากแต่เมื่อเกิดความวิตกจริตจะเปลี่ยนเป็นคนละคน กลายเป็นคนที่ดุร้ายป่าเถื่อน ไม่สนใจศีลธรรมจรรยาใดๆ ทั้งสิ้น ยิ่งออกปล้น คนพวกนี้จะฆ่าเหยื่อด้วยเพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึกผิดของตน
ส่วนหลิวซาน  แม้เขาจะไม่มีทีท่าเปลี่ยนแปลงใดๆ  และไม่ทำร้ายฝางซิงโดยตรง แต่เขาก็ทำหน้านิ่ง และแยกตัวออกไป เมื่อมีเรื่องมีราว

ฝางซิง หัวเราะในใจ  เขาพยายามไม่ทำตัวสนิทสนมกับคนพวกนั้นอีก และปฏิบัติตามคำสั่ง โดยไม่ถามสิ่งใดอีก

หลังจากนั้นสองวัน คนทั้งห้าก็เดินทางมาถึงด้านหน้าของภูเขาอันงดงาม เทือกเขานั้นทอดยาวจนมองไม่เห็นปลายทาง หมอกหนา มีเมฆมากปกคลุมยอดเขา จนไม่อาจรู้ว่าภูเขาลูกนี้สูงเพียงใด หากมองดู จะเห็นหน้าผาหินมากมายหลายจุด ไม่อาจคาดเดาอันตรายที่จะเกิดขึ้นได้  ภายในหูจะได้ยินเสียงของสัตว์ร้ายที่ทั้งร้องโหยหวน  และคำรามดังมาแว่วๆ  ทุกคนอดไม่ได้ที่จะหวาดกลัว

แม้แต่ม้าเลือดมังกรที่ได้รับการฝึกฝนมาเป็นอย่างดีก็เริ่มพยศ เมื่อพวกมันเดินเข้าในไปภูเขา พวกมันอยากหนีออกจากสถานที่แห่งนี้ทันที

"นี่คือ เขาสารพัดพิษ ตำนานเล่าว่าเมื่อหลายร้อยปีก่อน มีสัตว์อสูรร้ายขนาดใหญ่พวกนั้นได้มาอาศัยที่นี่  ต่อมาศิษย์ในสำนักได้พยายามเข้ามาเข่นฆ่ามัน แม้ผู้ฝึกฝนทั้งหมดจะเสียชีวิตจากการต่อสู้ที่นี่  แต่เพราะที่นี่มีสัตว์อสูรหลากหลาย เต็มไปด้วยสัตว์อสูรระดับสาม ระดับสี่  รวมถึง“คางคกเหลือม” ซึ่งเป็นเป้าหมายของพวกเขา ก็เป็นหนึ่งในนี้" 

โฮวชิงมองเทือกเขาเบื้องหน้า ก่อนจะถอนหายใจ เขาสั่งคนที่เหลือให้อาหารม้าเลือดมังกรแล้วให้ยาเม็ดเต่าจำศีล ก่อนจะเก็บม้าเลือดมังกรเข้าไว้ในกระเป๋าของพวกเขา

ยาเม็ดเต่าจำศีลนี้  หลังจากกินเข้าไป ผู้กินจะตกอยู่ในสภาวะเหมือนกับสัตว์จำศีล มันจะตัวแข็ง หลับลึก ไม่รู้สึกรู้สาใดๆ ด้วยวิธีนี้ จึงสามารถเก็บพวกมันไว้ในกระเป๋ามิติ หรือวงแหวนมิติได้ และเมื่อต้องการขี่พวกมัน พวกเขาก็ให้ยาแก้ฤทธิ์  เพื่อให้พวกมันกลับคืนสู่สภาพปกติอีกครั้ง ด้วยวิธีนี้จะสร้างความเสียหายที่จะเกิดกับร่างกายของพวกมันเพียงเล็กน้อยเท่านั้น  และพวกมันจะฟื้นคืนกำลังได้อย่างรวดเร็วในภายหลัง

หากไม่ใช้ยาชนิดนี้ แล้วจับม้าเลือดมังกรพวกนี้ใส่เข้าไปในถุงมิติ ซึ่งไม่มีอากาศ พวกมันก็จะตายอย่างทรมานอยู่ภายในนั้น

ภูเขาแห่งนี้อันตรายมาก บรรยากาศรอบข้างมีแต่กลิ่นอายชั่วร้าย ทำให้ม้าเลือดมังกรพยศได้ง่ายดาย ทางเลือกเดียวของพวกเขาคือต้องเดินขึ้นเขาด้วยตนเอง

ระหว่างทางขึ้นเขา ฝางซิงถูกจัดให้อยู่ตรงกลางระหว่างคนกลุ่มนี้ เขาถูกควบคุมตัวอย่างเข้มงวด ด้านหน้าเขาคือโฮวชิงที่คอยเฝ้าระวังเขาอยู่ตลอดเวลา โฮวชิงสังเกตเห็นว่าฝางซิงไม่ได้ไร้เดียงสาอย่างที่แสดงออกให้เห็น เขาจึงกำชับให้เฉียนถงเฝ้าดูฝางซิงอย่างใกล้ชิด

ฝางซิงจึงไม่มีทางเลือกใด นอกจากเดินตามชายพวกนั้นโดยไม่แสดงความรู้สึกใดๆ ในขณะที่ เขาพยายามมองรอบด้าน เพื่อหาทางตอบโต้อย่างเงียบเชียบ

หลังจากคนทั้งหมดเข้าไปในภูเขา ก็ยิ่งเห็นได้ชัดว่า ภูเขานี้อันตราย และเต็มไปด้วยงู อีกทั้งสัตว์มีพิษมากมายไม่หมดสิ้น แต่โชคดีที่คนทั้งห้าต่างฝึกฝนจนผ่านระดับแรกมาแล้ว และกินยาเม็ดป้องกันพิษกันมาด้วย ครั้นมีสัตว์พิษเข้ามาใกล้  โฮวชิงก็จะตัดร่างของมันออกเป็นสองท่อน

เพลงดาบที่ว่องไว บวกกับระดับขั้นฝึกฝนของเขา ไม่แปลกใจเลยที่เขาเป็นที่รู้จักในหมู่ศิษย์นอกของสำนักชิงหยุน!



***จบบท ภูเขาสารพัดพิษ***

 

SMF spam blocked by CleanTalk