ผู้เขียน หัวข้อ: บทที่ 12 : องค์ชายน้อยผู้แสนอ่อนโยน  (อ่าน 15 ครั้ง)

หยางเชี่ยนอวิ๋น(ผู้แปล)

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 715
    • ดูรายละเอียด
บทที่ 12 : องค์ชายน้อยผู้แสนอ่อนโยน
« เมื่อ: พฤศจิกายน 01, 2019, 08:25:07 PM »

บทที่ 12 : องค์ชายน้อยผู้แสนอ่อนโยน



เช้าวันรุ่งขึ้น หลังจากนางกำนัลอาบน้ำให้นางเสร็จ หยิงเยว่ก็เกิดความคิดว่าจะหนีไปเที่ยวในเมือง หวังเจี้ยนกล่าวว่า เขามีงานหลายอย่างต้องกระทำ  และเขาไม่สามารถอยู่เคียงข้างนางได้ตลอด เขาขอโทษอย่างไม่จบไม่สิ้นครั้งแล้วครั้งเล่า เขาจูบมือของนาง ไหล่ของนาง และเกือบจะแตะริมฝีปากของนางอีกครั้ง

หากแต่หยิงเยว่ระมัดระวังตัวอยู่แล้ว จึงไม่ปล่อยให้เขาได้กระทำตามที่ต้องการ

นางไม่ปรารถนาให้เขาแตะต้องตัวนาง แต่ก็มิใช่เรื่องง่าย มิใช่แค่เรื่องหลอกลวงเหล่านั้นที่เขากล่าวเพื่อยับยั้งนาง ทว่านางเองก็พยายามโน้มน้าวตนเองอยู่เช่นกัน เป็นเรื่องง่ายมากที่จะเดินออกจากวังแล้วหนีหายไปอีกครั้ง แต่ก็มีบางอย่างในใจนางบอกนางว่า นางควรจะเฝ้ารอ รอให้ความจริงปรากฏ และดูว่าสิ่งนั้นคืออะไร

นางคิดว่าหวังเจี้ยนน่าจะออกไปนอกวังกับหัวหน้าองครักษ์ฉั่ว เพื่อค้นหาตัวพระสนม

แต่ไม่ว่าเขาจะออกไปกระทำสิ่งใดนอกวังนางก็หาใส่ใจไม่ เพราะยังมีเรื่องอีกมากมายเรียกความสนใจจากนางได้มากกว่า

นางเดินอย่างว่องไว และพยายามหาทางหลบเลี่ยงบรรดานางกำนัล และทหารองครักษ์ นางเดินไปตามทางเดินในห้องโถงได้เพียงครึ่งทาง ก็ได้ยินเสียงแว่วมา "ข้าล่ะเคืองท่านจริง ๆ ที่ท่านไม่ไปเยี่ยมข้าบ้างเลย... พี่สะใภ้"

เขาคือองค์ชายสาม หวังจุนเจี๋ย น้องชายคนละมารดาของหวังเจี้ยน หวังจุนเจี๋ยอายุน้อยกว่าหวังเจี้ยนสองปี ทั้งคู่มีพระราชบิดาองค์เดียวกัน หากแต่มีพระมารดาคนละคน

นางและเขาไม่เคยมีโอกาสใกล้ชิดกัน และแทบไม่เคยมีโอกาสสนทนากันเลยเมื่อครั้งที่อยู่ในวังหลวง  ไม่ต้องสงสัยเลยว่านางชอบองค์ชายหวังจุนเจี๋ยหรือไม่ ?

องค์ชายหวังจุนเจี๋ยมีนิสัยตรงข้ามกับพระเชษฐา เขาชอบที่จะซื้อใจผู้คน และรักษาน้ำใจคนเหล่านั้น

เช่นนั้นการที่นางชอบใจเขาก็เรียกได้ว่าเป็นเรื่องธรรมดา

นางหันกลับมา หลายวันที่ผ่านนางแทบไม่มีรอยยิ้มเลย ครั้นเมื่อนางเห็นเขา นางกลับกลั้นมันไม่อยู่

"หวังจุนเจี๋ย !" ท่าทีของนางเต็มไปด้วยอาการดีอกดีใจ นางรีบถลาเข้าไปกอดเขา

เขาไม่ลังเลที่จะกอดนาง พร้อมกับยกตัวนางเหวี่ยงไปมา

เขาวางนางลง และเอียงศีรษะของตนเพื่อขออภัย

"ข้าได้ยินมาว่าท่านกลับมาแล้ว ข้าเสียใจมากที่ไม่อาจมาทักทายท่านได้ ข้าเองก็ต้องออกไปจากวังช่วงหนึ่งเช่นกัน นี่ข้าก็เพิ่งกลับเข้ามา" เขากล่าวด้วยน้ำเสียงออดอ้อน "วันนี้ข้ามีเวลาว่างทั้งวัน เช่นนั้นข้าจึงมาพบท่าน"

เขาหยุด และมองไปที่บรรดานางกำนัล และทหารองครักษ์ที่คอยเฝ้าติดตามนาง

"แม่สาวงาม ยามนี้ท่านมีนางกำนัล และทหารองครักษ์คอยเฝ้าดูแลมากกว่าที่ข้ามีเสียอีก ข้าอยู่ที่นี่ ข้ามีทหารองครักษ์เพียงคนเดียวคอยติดตาม... " เขาเดาะลิ้น "ความยุติธรรมอยู่ที่ใดกัน ?"

องค์ชายหวังจุนเจี๋ยโบกมือให้บรรดานางกำนัล และเหล่าองครักษ์ เป็นการส่งสัญญาณให้แยกย้ายกันไป ซึ่งพวกเขาก็ไม่ลังเลเลยที่จะเชื่อฟังคำสั่งขององค์ชาย
     
หวังจุนเจี๋ยขยิบตาให้นาง

"ขอบใจ..." นางกล่าวอย่างโล่งใจ "ขอบใจท่านที่ช่วยกำจัดคนพวกนั้น"

"มิต้องเป็นกังวล ข้าสามารถจินตนาการได้เลยว่า พวกเขาทำให้ท่านหงุดหงิดมากเพียงใด"

นางพยักหน้าโดยไม่ปฏิเสธ "หวังเจี้ยนยืนกรานว่าข้าจำเป็นต้องมีพวกเขา"

"ข้ารู้ ... " เขากล่าวอย่างสบาย ๆ "ข้ารู้ทุกอย่าง ... "

นางไม่เอ่ยคำใดอีก

"เดินมากับข้าสิ" มือของเขาแตะข้อศอกของนางอย่างนุ่มนวล เพื่อชี้นำให้นางขยับตัว

องค์ชายหวังจุนเจี๋ยอภิเษกสมรสแล้วมีพระชายาถึงสองคน เขาเป็นคนมีชีวิตชีวา สนุกสนาน และชอบอยู่กับอิสตรี แม้นั่นจะทำให้เขาเดือดร้อนอยู่บ่อยครั้งก็ตามที ทว่าเขาก็ไม่ยอมรับมัน

"ข้าจะพาท่านออกไปนอกวังสักพัก เราไปเดินซื้อของกันดีหรือไม่" เขากล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ราวกับชายหนุ่มกำลังเกี้ยวพาสาวน้อยที่ยังไม่ออกเรือน

หยิงเยว่หัวเราะ "ข้ามิอยากซื้อของ"

"แปลก...ข้าคิดว่าสตรีชื่นชอบเรื่องนี้ทุกคน"

"ก็ไม่ทั้งหมดหรอกหวังจุนเจี๋ย ข้าอยากจะทำอย่างอื่นมากกว่านี่"

"... เช่นนั้นช่วยบอกข้าทีเถิดว่า ท่านอยากกระทำสิ่งใด แล้วข้าสามารถไปที่นั่นพร้อมกับท่านได้หรือไม่ ?"

"ข้าอยากไปห้องหนังสือ..." นางหันกลับมา ขยิบตาให้เขาพร้อมรอยยิ้ม

"โอ้...ท่านใจร้ายมาก ข้าแน่ใจว่า ท่านเจตนาจะไปที่นั่น เพราะท่านรู้ว่า อย่างไรเสียข้าก็จะไม่ยอมเข้าห้องหนังสือเป็นแน่ สถานที่เงียบสงบเช่นนั้นมิใช่ที่สำหรับข้า"

"ท่านนี่ไม่เปลี่ยนเลย" นางหัวเราะไม่หยุด

หยิงเยว่พยายามที่จะไม่แสดงท่าทีกระตือรือร้น หากแต่นางก็ประสงค์จะออกจากวังสักพัก และองค์ชายหวังจุนเจี๋ยก็มีน้ำใจช่วยกำจัดนางกำนัล และทหารองครักษ์เหล่านั้นให้นาง เช่นนั้นนางจึงเห็นด้วยที่จะออกไปท่องเที่ยวนอกวังกับเขาสักหน่อย

"คิดอีกที ข้าว่าทำตามข้อเสนอของท่านก็ไม่เลวนะ ข้าอยากจะออกไปจากที่นี่สักครู่"

"เด็กดีจริง ๆ" เขาพึมพำอย่างสุขใจ "ข้าเองก็เบื่อ ๆ"

ในตลาดเต็มไปด้วยพ่อค้าที่ส่งเสียงดังลั่นเรียกลูกค้า พวกเขากระตือรือร้นที่จะดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาในคอกม้าของตน องค์ชายหวังจุนเจี๋ยไม่ต่างกับดารางิ้วชื่อก้องแห่งยุค เขาต้องหยุดทุกสองสามก้าว เหตุเพราะความหลงใหล คลั่งไคล้ของผู้ที่รัก และชื่นชอบในตัวเขา หวังจุนเจี๋ยเป็นที่นิยมชมชอบอย่างมาก แน่นอนว่ามากกว่าองค์ชายหวังเจี้ยน และหวังจุนเจี๋ยเองก็รู้สึกพึงพอใจที่มีคนให้ความสนใจในตัวเขา เขามักจะยิ้มกว้างให้ทุกคนตลอดเวลา

"ดูสิ...ออกมาที่นี่ดีกว่าอยู่ในวังเป็นไหน ๆ จริงหรือไม่ ?" องค์ชายหวังจุนเจี๋ยเดินเล่นอย่างสบาย ๆ เคียงข้างนางไปตลอดทาง แต่ถึงกระนั้นเขาก็ยังสามารถบริหารเวลาของตนหันไปทักทายผู้คนที่ชื่นชมเขาได้ตลอดเวลาเช่นกัน

“ท่านก็ยังคงเป็นท่าน ที่ชื่นชอบให้ผู้คนหันมาสนใจ ข้าจำได้นะ”

เขาเพียงแค่หัวเราะเบา ๆ "ท่านตำหนิที่ข้าเป็นที่นิยมอย่างมากกระนั้นรึ ?"

"มิได้...แต่ท่านพาข้ามาที่นี่ เพื่อที่ท่านจะได้เพลิดเพลินไปกับความชื่นชมนั่นโดยไม่โดนพวกสาว ๆ กลุ้มรุมใช่หรือไม่ล่ะ ?"

"อ่า...ท่านนี่รู้จักข้าดีจริง ๆ"

หยิงเยว่อ้าปากเพื่อจะตอบโต้ถ้อยคำหยอกเย้านั่น แต่ยังมิทันที่นางจะเอ่ยคำใด   จู่ ๆ ดวงตาของหวังจุนเจี๋ยก็พลันสว่างวาบขึ้น สร้อยคองามระยิบระยับดึงดูดความสนใจของเขา จนเขาต้องดึงตัวหยิงเยว่ไปที่แผงลอย องค์ชายหวังจุนเจี๋ยหยิบสร้อยขึ้นมาทาบที่ลำคอของนางพลางหรี่ตามอง "สร้อยเส้นนี้ดูดี เหมาะกับท่านมาก...พี่สะใภ้"

การเพิ่มคำเรียกว่า พี่สะใภ้ ก็เพื่อแสดงเจตนาบริสุทธิ์ของตน

"เอากลับไปเถอะ ข้ามิต้องการมัน"

"สายเกินไปแล้ว" เขาหายใจเข้า ขณะจับตะขอสร้อยเกี่ยวเข้าด้วยกันบนลำคอของนาง  จากนั้นก็ปล่อยให้มันตกลงไประบนหน้าอกของนางอย่างชื่นชม  แล้วเขาก็ส่งสัญญาณให้ทหารองครักษ์ชำระเงิน

“ว่าแต่...พี่ชายของข้ามอบสิ่งใดให้ท่านบ้างล่ะ ? "

คลื่นแห่งความโกรธเคืองแผ่กระจายออกมา ตามมาด้วยเสียงคำราม นางเบือนหน้าหนีโดยมิอาจยับยั้งตนเองได้ ความโกรธของนางปรากฏให้เห็นอย่างเด่นชัด

องค์ชายหวังจุนเจี๋ยเหยียดริมฝีปากของตนออกเป็นรอยยิ้มราวสุนัขจิ้งจอก ช่างง่ายดายเหลือเกินในการกระตุ้นให้นางโกรธ เขารู้เรื่องพระสนมผู้นั้น รวมถึงพฤติกรรมที่พระสนมกล้ารังแกพระชายาอย่างเปิดเผยอีกด้วย

"เท่าที่ข้ารู้ เจ้าเป็นน้องชายที่เอาแต่ใจของข้า และนี่ก็เป็นเรื่องแย่ ๆ เรื่องหนึ่งที่เจ้าทำ...หวังจุนเจี๋ย" องค์ชายหวังเจี้ยนกล่าวเยาะอยู่ด้านหลังคนทั้งคู่

หวังเจี้ยนขี่ม้ามาพร้อมหัวหน้าองครักษ์ฉั่ว พวกเขาเพิ่งกลับมาจากการเดินทางอย่างลับ ๆ

"เลิกทำเจ้าชู้กับชายาของข้า แล้วกลับไปเกี้ยวพาชายาของเจ้าเถอะ !"

องค์ชายหวังจุนเจี๋ยถอนหายใจด้วยท่าทางล้อเลียน และเย้ยหยัน เขาวางมือไว้บนหน้าอกของตนเอง "อภัยให้ข้าเถิดเสด็จพี่  ทว่าข้าไม่สามารถปล่อยให้นางนั่งเน่าเปื่อยอยู่แต่ในวังได้  ในขณะที่ข้าสามารถพานางออกมาชื่นชมโลกกว้างอันงดงาม เห็นได้ชัดว่าท่านมีภาระวุ่นวายมากเกินไป ด้วยตำแหน่งหน้าที่ของท่าน หรือจะเป็นกับพระสนมของท่านก็ตามที"

หวังเจี้ยนจ้องมองหวังจุนเจี๋ยด้วยนัยน์ตาที่เป็นประกายวาววับ

หวังจุนเจี๋ยครวญ ก่อนจะทำเสียงจริงจัง "อภัยให้ข้าด้วยเถิดเสด็จพี่  ข้าเพียงคิดว่า ข้าอยากปลดปล่อยนางให้พ้นจากบรรดานางกำนัล นางอยู่กับข้าอย่างปลอดภัย และได้รับการปกป้องตลอดเวลาเช่นกัน"

ความโกรธของหวังเจี้ยนบรรเทาลงอย่างง่ายดาย "ขอบใจ...น้องชาย ข้าขอขอบใจเจ้าที่ช่วยดูแลชายาของข้าในระหว่างที่ข้าไม่อยู่"

หวังจุนเจี๋ยหันมาส่งยิ้มให้หยิงเยว่ พร้อมกับคลายกล้ามเนื้อที่เครียดเกร็งของตน เขาถอนหายใจออกในเวลาเดียวกัน "เกรงว่า ข้าคงต้องคืนท่านให้พระสวามีของท่านแล้วล่ะ"

หยิงเยว่พยักหน้า การสนทนาระหว่างพี่น้องคู่นี้  มักจะทำให้นางรู้สึกแปลก ๆ อยู่เสมอ ราวกับพวกเขาเจรจากันด้วยภาษาลับเฉพาะ หรือสนทนาในสิ่งที่พวกเขาสามารถเข้าใจกันได้เพียงสองคนอยู่ตลอดเวลา บางทีนี่อาจเป็นเรื่องการเมือง หรือสิ่งใดก็สุดรู้ แต่ไม่ว่าจะอย่างไร พวกเขาต่างก็ระมัดระวังตัวอยู่เสมอ ยามอยู่ต่อหน้าหยิงเยว่

หวังเจี้ยนโน้มตัวลงยื่นมือให้นาง "ขึ้นมา...ข้าจะพาเจ้ากลับเข้าวัง"

นางไม่เอ่ยคำใด ขณะที่จับมือเขา และปีนขึ้นบนหลังม้าด้านหลังเขา



***จบบท องค์ชายน้อยผู้แสนอ่อนโยน***

 

SMF spam blocked by CleanTalk