ผู้เขียน หัวข้อ: บทที่ 29: คนไร้อำนาจ  (อ่าน 19 ครั้ง)

หยางเชี่ยนอวิ๋น(ผู้แปล)

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 696
    • ดูรายละเอียด
บทที่ 29: คนไร้อำนาจ
« เมื่อ: กันยายน 28, 2019, 07:50:30 PM »


บทที่ 29: คนไร้อำนาจ



เมื่อฝางซิงได้ยินหลิวเฟิงพูดเช่นนั้น เขาก็รู้สึกรำคาญใจขึ้นมาทันที แต่เมื่อเห็นโฮวชิงที่รอคอยคำตอบอยู่ข้างๆ หากทำอะไรลงไปก็มีแต่เสียเปรียบ ฝางซิงจึงทำได้เพียงระงับอารมณ์ไว้ คำพูดของหลิวเฟิง เหมือนจะเป็นการบังคับกลายๆ ขณะที่โฮวชิงเพียงแค่หัวเราะเสียงเย็นๆ  แล้วกระซิบบางอย่างกับเพื่อนของเขา แล้วเพื่อนเขาคนนั้นก็ออกไป เพียงไม่นานก็กลับเข้ามาอีกครั้งพร้อมด้วยชายอ้วนคนหนึ่ง

ชายคนนั้น ชื่อ เฮ่ยซาน เป็นผู้ดูแลศิษย์นอกสำนักในหุบเขาชิงซีแห่งนี้  เขาขึ้นตรงกับหัวหน้างานธุรการ  ดูแลเกี่ยวกับการอาหาร และโรงโภชนาการในหุบเขาแห่งนี้  แม้ว่าเขาจะไม่มีตำแหน่งอย่างเป็นทางการ  แต่สามารถกล่าวง่ายๆ ว่า เรื่องราวต่างๆ  ต้องรายงานผ่านเขาก่อนเสมอ  ดังนั้น เฮ่ยซานจึงคล้ายกับว่าจะเป็น "ประธาน" ที่ไร้ตำแหน่ง

หลังจากเฮ่ยซานเข้ามา  เขาก็หัวเราะแบบสอพลอ กระแอมไอเพื่อล้างลำคอ ก่อนจะพยายามพูดจาโน้มน้าวฝางซิง "ศิษย์น้องฝาง.. นี่เป็นโอกาสดีสำหรับเจ้า! ศิษย์พี่โฮว ต้องการให้เจ้าเข้ารวมกลุ่มกับเขา! เพียงแค่ตามเขาไป และเข้าร่วมทำภารกิจนี้กับศิษย์พี่โฮว ข้าจะแจ้งต่อสำนักลงทะเบียนให้เจ้า เมื่อภารกิจสำเร็จเจ้าจะได้รับผลประโยชน์มากมาย"

'ไอ้สารเลวนี่ ก็พยายามขุดหลุมพลางดักข้าด้วยอีกคน'

ฝางซิงเดือดดาล แต่เขาก็รู้ว่าไม่ควรทำตัวเป็นปฏิปักษ์กับเฮ่ยซาน

นี่คนพวกนี้คิดว่าเขาเป็นเด็กใช่ไหม? เลยพยายามล่อหลอก ด้วยจิตใจที่ไม่ต่างกับปีศาจร้าย ด้วยคำพูดหว่านล้อมหวานๆ!

อย่างไรก็ตาม การที่คนพวกนี้พยายามโน้มน้าวเขามากเท่าไหร่ แสดงว่าเขาต้องยิ่งไม่ประมาท หากมีคนอื่นให้เลือก คนพวกนี้ก็คงไม่พยายามมากขนาดนี้

เมื่อไม่มีคนคอยปกป้อง ฝางซิงก็ได้แต่ยิ้มประจบ “ขอเวลาน้องชายตัดสินใจหน่อยเถอะ จริงๆ ข้าเองก็เป็นเพียงน้องชายตัวน้อยๆ ทั้งยังอ่อนแอมาก ฝึกได้เพียงขั้นที่หนึ่งเท่านั้น แถมตอนเลือกอาวุธเวท ข้าก็ยังอ่อนหัดจนเลือกของไร้ค่ามาอีก หากต้องต่อสู้ด้วยกำลังแล้ว เกรงว่าข้าคงไม่อาจช่วยอะไรศิษย์พี่โฮวได้มากนัก”

“อา...”

คนทั้งหมดต่างก็หัวเราะออกมา เมื่อพวกเขาฟังเรื่องที่ฝางซิงพูดเกี่ยวกับอาวุธเวทที่ได้มาจากศาลาอุปกรณ์เวท เพราะต่างก็รู้ดีว่าการเข้าไปเลือกอาวุธเวทที่นั่นต้องเจออะไรบ้าง

โฮวชิงหัวเราะชั่วร้าย พร้อมกล่าวอย่างดูถูก  "เรื่องง่ายๆ  เอ้า! ข้าให้ดาบบินเจ้าเล่มหนึ่ง!"

ขณะโยนดาบบินให้ฝางซิง โฮวชิงพูดต่อมาว่า "เอาล่ะ..เมื่อเจ้ามาร่วมงานกับข้า ดาบบินนี่ก็จะเป็นของเจ้า นอกจากนี้ถ้าภารกิจสำเร็จเรียบร้อยราบรื่น เจ้าจะได้รับหินจิตวิญญาณตอบแทนอีก 10 ก้อน เป็นไง? "
ฝางซิงจะพูดอะไรได้? เฮ่ยซานรีบแทรกว่า "ยังมีเหตุผลที่จะปฏิเสธข้อเสนอดีๆ เช่นนี้อีกหรือ! ข้าถือว่าตกลงกันได้แล้ว ข้าจะกลับไปรายงานให้สำนักทราบ  ว่าแต่ ศิษย์พี่โฮวจะออกไปทำภารกิจเมื่อใดกัน?"

โฮวชิงพยักหน้า เขาพูดกับฝางซิง "เราจะเดินทางกันในเช้าวันพรุ่งนี้ คืนนี้เจ้าก็เตรียมตัวให้พร้อมแล้วกัน”

เขาไม่ได้เก็บดาบบินที่ทิ้งไว้ แล้วก็เดินออกไป

"เด็กเลว จำสิ่งที่เจ้าเคยทำไว้ได้ไหม? คิดว่าข้าจะลืมง่ายๆ งั้นรึ"

หลิวเฟิงเป็นคนสุดท้ายที่อยู่ในห้อง ก่อนที่เขาจะจากไปเขายิ้มให้ฝางซิง พร้อมกับพูดเยาะๆ

ฝางซิงดึงกริชออกมาดัง “ซวบ” ทันที  พร้อมจ้องหลิวเฟิงอย่างเอาเรื่อง
หลิวเฟิงตกใจ รีบผลุนผลันออกจากประตู เขาตัวสั่นด้วยความกลัวว่าจะถูกฝางซิงแทงด้วยกริชอีกครั้ง

'ไม่..ข้าต้องหักห้ามใจไว้ก่อน ตอนนี้เห็นได้ชัดว่าพวกเขาเป็นพวกเดียวกัน ทำอะไรลงไปก็มีแต่เสียเปรียบ'

ฝางซิงถอนหายใจ ก่อนจะกลับมาที่ข้างเตียงของตน  ยามนี้ความคิดเขาเต็มไปด้วยความมืดมน

ในเวลาเดียวกันนั้น  โฮวชิงก็มาถึงปากทางเข้าหุบเขา ฝ่ายเฮ่ยซานก็ยังยิ้มสอพลออยู่ข้างหลัง  โฮวชิงไม่รีรอ  เขานำหินจิตวิญญาณสิบก้อนออกมายัดใส่มือของเฮ่ยซานอย่างไม่เกรงใจ พลางกระซิบเบาๆ ใส่หูเฮ่ยซานว่า “ข้าต้องการเด็กคนนั้น พรุ่งนี้เช้า เจ้าต้องนำเขามาให้ข้า ที่เหลือเจ้าก็จัดการทุกอย่างให้เรียบร้อยเอี่ยมอ่อง..”

เฮ่ยซานยิ้ม พร้อมกับตบอกตนเอง " น้องชายสบายใจได้ ทุกอย่างจะสมบูรณ์แบบด้วยฝีมือของข้า เด็กคนนั้นเป็นเพียงศิษย์นอกที่ไม่มีผู้ให้การสนับสนุนใด ๆ ดังนั้นไม่มีใครสนใจหรอกว่าเขาจะกลับมาหรือไม่ ข้าขอแสดงความยินดีกับศิษย์น้อง และพวกของเจ้าล่วงหน้ากับความสำเร็จของเจ้า! "

"ฮ่าฮ่า..สมพรปาก”

เฮ่ยซานเดินกลับไปที่กระท่อมของเขาด้วยความปิติยินดีในหัวใจกับหินจิตวิญญาณที่เขาได้รับ

"ศิษย์น้องฝาง เกิดอะไรขึ้น? เจ้าไม่รู้หรือว่าคนที่รับยันต์ภารกิจเหล่านี้จะต้องเจอกับอะไรบ้าง? ขนาดศิษย์ฝีมือยอดเยี่ยมของสำนักสามคน! ออกไปทำภารกิจก็ยังล้มเหลว  และทุกคนก็ตายในภารกิจนั้น! พวกเจ้าจะเริ่มกันเมื่อไหร่ แล้วทำไมพวกเขาถึงอยากจะพาเจ้าไปด้วย? เห็นได้ชัดว่ามีเจตนาไม่ดี! "

ช่วงบ่าย หยูซานเหลียงรีบวิ่งมาหาฝางซิงด้วยท่าทางตื่น ทันทีที่เขาทราบเรื่อง

"อย่านะ..เจ้าไม่ควรไปกับพวกเขา เจ้าต้องเจอเรื่องเลวร้ายแน่นอน ฟังข้านะ ศิษย์น้องฝาง ครั้งก่อนเจ้าเคยมีสัมพันธ์อันดีกับศิษย์พี่หลิงหยุนใช่ไหม? 

เช่นนั้นเจ้าควรไปขอความช่วยเหลือจากนาง  ถ้านางเอ่ยปาก ข้ามั่นใจว่าพวกเขาจะไม่กล้าบังคับเจ้าอีกต่อไป ! "

'ถ้าข้าสามารถขอความช่วยเหลือนางได้ ทำไมข้ายังต้องกังวลอยู่ที่นี่ล่ะ?'

ฝางซิงหัวเราะเย็นเยือกกับตัวเองในใจ เขาเพียงโม้เกี่ยวกับเรื่องความสัมพันธ์อันดีของเขากับศิษย์พี่หลินหยุนเหตุเพราะเสี่ยวหมั่น แต่ความจริงก็คือนับตั้งแต่เขาได้เข้าร่วมสำนัก เขาก็ไม่เคยเจอเสี่ยวหมั่นอีกเลย นับประสาอะไรกับศิษย์พี่หลินหยุน หากแต่ฝางซิงกลับตอบไปว่า "แค่ปัญหาเล็กๆ ทำไมต้องไปรบกวนนาง? ข้าสามารถแก้ปัญหานี้เองได้ "

นักพรตอ้วน ทำท่าเหมือนจะร้องไห้ "ศิษย์น้องฝาง..นี่ไม่ใช่เวลาที่จะอวดดี  ข้ารู้ว่าเจ้าเก่ง แต่โฮวชิงเองก็เป็นอันดับหนึ่งในบรรดาศิษย์นอกสำนักนี่ เจ้าตกอยู่ในกำมือเขา เจ้าจะรอดมาสบายๆ ได้อย่างไร...เชื่อข้าเถอะ เจ้ารีบ... "

"เอาล่ะ..หยุดพูดเถอะ!" ฝางซิงขัดจังหวะด้วยเสียงเข้มงวด

หยูซานเหลียงกระพริบตาถี่ๆ ไม่กล้าพูดต่อ แต่ก็ไม่อาจซ่อนความห่วงใยในแววตาของเขาได้

หลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่ง ฝางซิงก็พูดขึ้นอีกครั้ง "คนพวกนั้นมีเจตนาไม่ดีแน่ๆ มิเช่นนั้นคงไม่บังคับข้าให้ยอมรับยันต์ภารกิจ ว่าแต่พวกเขาต้องการอะไร และสำนักเพิกเฉยได้อย่างไร?"

หยูซานเหลียงยิ้มอย่างขมขื่น "เจ้าถามว่าสำนักสนใจศิษย์ที่ออกไปปฏิบัติภารกิจไหมงั้นหรือ? เจ้าก็รู้ว่าสำนักยอมรับคนที่สามารถทะลุผ่านแต่ละขั้นไปสู่ขั้นสูงขึ้นเรื่อยๆ  เจ้ารู้หรือไม่ว่าทำไมสำนักถึงควบคุมวัตถุดิบของยาบรรลุขั้นอย่างเข้มงวด? เพราะสำนักต้องการให้ศิษย์ทุกคนทำงานอย่างหนัก และจริงจัง  สำนักต้องดูแลคนเหล่านี้ทั้งหมด จึงจำเป็นต้องใช้เงินจำนวนมหาศาลแลกกับทรัพยากรต่างๆ เพื่อใช้ในการสนับสนุน ดังนั้นไม่มีใครมีปัญหาในเรื่องนี้แน่!”

“พูดอีกทีก็คือ การบังคับให้คนยอมรับยันต์ภารกิจไม่อาจทำได้... แต่สำหรับคนที่ไม่มีอำนาจ และไร้ผู้สนับสนุนอย่างเรา ไม่มีใครจะใส่ใจหากเราตายไป เฮ่ยซานได้ส่งใบสมัครของเจ้าไปให้สำนัก เพื่อให้สำนักเห็นว่าเจ้าเป็นคนอาสาไปทำภารกิจนี้ด้วยตนเอง หากตายขณะปฏิบัติภารกิจภายนอก ก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องขุดคุ้ย "

หยูซานเหลียงพูดจนจบ ก่อนจะถอนหายใจในความสิ้นหวัง

"เช่นนั้นก็ไม่มีทางเลือก.. ถือว่าเป็นความผิดของพวกเขาที่ตัดสินใจเลือกข้าเอง!"

เมื่อฝางซิงเห็นว่าไม่มีทางเลือกอื่น  เขาก็สำแดงความเป็นขุนโจรร้ายที่อัดแน่นภายในออกมาอีกครั้ง เขากัดฟัน พลันรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ก็ปรากฏขึ้น

ทันทีที่เห็นแววตาเช่นนี้ หยูซานเหลียงก็รู้สึกหวาดกลัว จนไม่กล้าพูดอะไรอีก

"ฮ่าๆ เจ้าหมูอ้วน เจ้าไม่ต้องห่วงข้า ศิษย์พี่จู เดี๋ยวก็รู้ว่าใครจะหัวเราะเป็นคนสุดท้าย"

ฝางซิงหัวเราะพร้อมกับกอดคอหยูซานเหลียง  "ไปๆ  ไปกินเนื้อกับเหล้ากัน แล้วเจ้าค่อยๆ อธิบายให้ข้าฟังเรื่องยันต์ภารกิจ... "

"แซ่ข้าจริงๆ คือหยู ไม่ใช่จู .... "

หยูซานเหลียงพึมพำอีกครั้ง แต่มาจนถึงตอนนี้แล้ว จะโต้เถียงกับฝางซิงก็ไม่ได้อะไรดีขึ้นมา

ในกระท่อมอีกที่ของเฮ่ยซาน เฮ่ยซานกำลังสอบถามศิษย์สองคนที่อยู่ตรงหน้าเขาว่า "พวกเขาไปที่ไหนกัน?"

"พวกเขาไปซื้อหมู ซื้อไก่แล้วก็กลับไปดื่มเหล้า"

เฮ่ยซานพยักหน้าพอใจ "เฝ้าดูพวกเขาอย่างใกล้ชิด ข้ารู้ว่าสำนักไม่สนใจพวกเขาหรอก แต่ต้องให้แน่ใจว่าพวกเขาจะไม่สร้างปัญหา จนกว่าโฮวชิงจะมารับเจ้าเด็กนั่นไป ส่วนเจ้าอ้วนที่เหลือหลังจากนี้คงไม่มีปากเสียงใดๆ "

"ขอรับ.. ศิษย์พี่!"

ศิษย์สองคนกลับไปยังกระท่อมของฝางซิงทันทีเพื่อจับตาดูพวกเขา

"ฮึฮึ..แค่ลิงตัวน้อยที่ไม่มีใครสนับสนุน มีค่าถึงสิบหินจิตวิญญาณ คงจะดีหากได้เจอแบบนี้บ่อยๆ...."

เฮ่ยซานคิดขณะมองถุงหินจิตวิญญาณที่ได้มาง่ายๆ โดยคาดไม่ถึงในมืออย่างสำราญใจ




***จบบท คนไร้อำนาจ***

 

SMF spam blocked by CleanTalk