ผู้เขียน หัวข้อ: ตอนที่ 15 ปฏิวัติ ! !  (อ่าน 1163 ครั้ง)

น้องหญิงน้อย (ผู้แปล)

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1488
    • ดูรายละเอียด
ตอนที่ 15 ปฏิวัติ ! !
« เมื่อ: พฤษภาคม 11, 2019, 07:25:58 PM »


ตอนที่ 15 ปฏิวัติ ! !



เมื่อจินรู้สึกตัว ข้าก็จัดวางตำแหน่งตนเองให้นั่งอยู่บนเก้าอี้ข้างเตียงอย่างเหมาะสม ข้าลงมือเขียนตำรา [เทพมังกรแห่งองค์ประมุขสวรรค์] เสียใหม่ให้เหมาะสมกับผู้ฝึกวรยุทธขั้นพลังกำเนิด การปรับเปลี่ยนเคล็ดวิชานับว่ายากเย็นอย่างยิ่ง เหตุด้วยเคล็ดวิชาเดิมแท้นั้น คือเคล็ดวิชาระดับขั้นสวรรค์ ซึ่งนับเป็นเคล็ดวิชาสูงสุด ในบรรดาเคล็ดวิชาทั้งหมด  เคล็ดวิชายุทธถูกแบ่งออกเป็น 5 ระดับ ไล่เรียงจากระดับต่ำไปสู่ระดับสูงสุดคือ ระดับต่ำ ระดับกลาง ระดับสูง ระดับตำนาน และระดับสวรรค์

ข้ายังมิเคยได้ยินว่าจะมีผู้ใดในเขตแคว้นนี้ศึกษาตำรายุทธระดับสวรรค์ เพราะเหล่าตระกูลผู้ได้ชื่อว่ามีวรยุทธสูงส่งเป็นอันดับหนึ่งยังศึกษาได้แค่เพียงตำรายุทธระดับสูงเท่านั้น ซึ่งเพียงแค่นั้นก็นับว่าสูงส่งเกินปกติวิสัยของคนทั่วไปแล้ว เช่นนั้นตำรายุทธระดับตำนานจึงกลายเป็นสิ่งที่ยิ่งพบเห็นได้อย่างยากเย็น และกลับกลายเป็นสมบัติล้ำค่าที่ถูกราชสำนักเก็บรักษาไว้ เหล่าราชนิกูลทั้งหลายในเมืองมนุษย์เห็นว่ามันเป็นสิ่งล้ำค่าสูงส่งเกินกว่าจะเอื้อมฝึกฝน หากทว่าข้ากลับคิดว่าการกระทำเช่นนั้นกลับทำให้ตำราพวกนั้นสูญค่ามิต่างใดกับอาหารสุกร ตำรายุทธหาใช่เครื่องประดับเรือนเสียเมื่อไร ของเช่นนี้ย่อมต้องใช้ให้ถูกวัตถุประสงค์จึงนับว่าถูกต้อง ! ฮู่ว์ มิสงสัยเลยว่าไยคนบ้านเมืองนี้จึงอ่อนแอยิ่งนัก นั่นเพราะพวกมนุษย์มีความเห็นแก่ตัวมากจนเกินไป

จินหันมาหาข้า “เจ้ากำลังทำอันใดอยู่กระนั้นหรือ ?” ข้าขยับโต๊ะข้างเตียงออกมาเขียนตำรายุทธลงบนแผ่นกระดาษ อย่างไม่หยุดมือ ซือหลานกระโดดขึ้นไปนั่งอยู่บนตักของจินที่บนเตียงราวกับฮ่องเต้กับขุนนางรับสนองงานรับใช้ก็มิปาน

“เจ้ารู้สึกเป็นอย่างไรบ้าง ?” ข้าเอ่ยถามพลางยกมือขึ้นเหน็บปอยผมที่ร่วงหล่นระผ่านหน้าผาก เพื่อให้ข้าได้เห็นแววตาคู่นั้นของเขาชัดเจนขึ้น

“ข้ารู้สึกราวกับในยามนี้ข้าสามารถรับรู้ทุกสิ่งได้อย่างแจ่มกระจ่าง” นัยน์ตาของเขาทอประกายแวววาว ขณะสอดส่ายสายตาไปโดยรอบ เมื่อพลังฝีมือก้าวเลื่อนระดับขั้น สัมผัสรู้ และความแข็งแกร่งย่อมเลื่อนระดับขึ้นตามขั้นพลังยุทธเช่นกัน ระยะความสามารถในการมองเห็นย่อมยาวไกล ทั้งเม็ดสีที่ปรากฏแก่สายตาย่อมชัดเจนแจ่มใสคมชัดสร้างสุนทรียภาพในการมองเห็น และนับเป็นผลพวงที่ได้รับจากการฝึกพลังยุทธ

พลันเขาหันมามองข้าด้วยท่าทีหนักใจ “เจ้าอยู่กับความงดงามเช่นนี้มาโดยตลอดกระนั้นหรือ ?” คำถามช่างไร้เดียงสาเสียจริง ข้ามิรู้จะตอบเช่นไร เดิมทีข้ายังคิดว่าเขาเพียงกล่าวประจบข้า ทว่าเมื่อเห็นสีหน้าอัศจรรย์ใจอย่างไร้ข้อกังขาของเขา ข้ากลับมิรู้ตนสมควรได้รับคำเชิดชูนั้นหรือไม่ด้วยซ้ำ

ข้ากระแอมในลำคอคราหนึ่ง ก่อนจะเปลี่ยนหัวข้อสนทนา “หากเจ้ารู้สึกดีขึ้นแล้ว เราไปรับสำรับอาหารเถิด”

ข้าตระเตรียมปูนึ่งไว้สำหรับมื้อกลางวัน จินกินปูเข้าไปแล้วหนึ่งตัวก่อนจะรีบคว้าอีกตัวขึ้นอย่างรีบเร่ง กระทั่งข้ายังเกรงว่าเขาจะสำลักขาปูไปเสียก่อน แม้แต่ซือหลานก็ยังเคี้ยวเปลือกปูเสียงดังกร่วม ๆ ราวกับกำลังแทะกินเนื้อ แม้รูปลักษณ์ภายนอกของซือหลานจะเป็นเพียงแมวน้อย ทว่าย่อมยังคงมีเขี้ยวคม และกรามอันแข็งแกร่งเฉกเช่นเดิม หากแต่ที่ยิ่งไปกว่าก่อนหน้านั้น คือความตะกละ เขากลายเป็นหลุมสูญญากาศเดินได้อย่างเหนือความคาดหมาย เพียงแฉลบผ่าน ปลาในบ่อเพื่อนบ้านจะถึงแก่หายนะในทันที หากข้าพลั้งเผลอคลาดสายตา ครั้นเมื่อเพื่อนบ้านพบเห็นหัวปลาที่ลอยโผล่เหนือผิวน้ำโดยเหลือเพียงก้างกลางลำตัวจึงข้ามไปตำหนิเพื่อนบ้านอีกคน สาบานได้เลยว่าในเรื่องนี้ข้ามิได้มีส่วนเกี่ยวข้องแต่ประการใดจริง ๆ

เมื่อพวกเราเสร็จจากสำรับมื้อกลางวัน  ข้าจึงพาจินมาที่ห้องนั่งเล่น โดยมีซือหลานม้วนร่างขยุกกระจุกขนปุกปุยพันรอบลำคอข้า จนดูคล้ายผ้าพันคอขนสัตว์ ทั้งยามนี้เจ้าแมวน้อยก็เริ่มกรนเบา ๆ อยู่ข้างลำคอของข้าแล้ว ข้าชักเริ่มห่วงว่าเทพมังกรของข้าจะกลายร่างเป็นมังกรตุ้ยนุ้ยไปเสีย ทว่า.. อ่า… จริงสิ นั่นย่อมหาใช่ปัญหาของข้าไม่ !


“ข้ามีตำรายุทธระดับสูงที่สามารถช่วยให้พลังวัตรของเจ้าสูงส่งขึ้นได้” ตำราฝึกยุทธระดับสวรรค์ ยามนี้กลับถูกลดสถานภาพให้เหลือแค่เพียงตำราระดับสูงไปเสียแล้ว ทว่านั่นย่อมเป็นหนทางที่เหมาะสมยิ่งกว่า เพราะหากเหล่าชาวยุทธล่วงรู้ความลับในตำราชุดนี้ พวกเขาคงต้องไล่เข่นฆ่าแย่งชิงกันจนเลือดนองแผ่นดินอย่างแน่แท้

ข้าส่งตำรายุทธเล่มนั้นให้แก่จิน

ยามนี้ ตำรายุทธ [เทพมังกรขององค์ประมุขสวรรค์] ถูกปรับเปลี่ยนให้เป็น [เทพมังกรตัวน้อยขององค์ประมุขสวรรค์] หวังว่าเขาจะไม่ใส่ใจในเรื่องขนาดเล็กใหญ่ของมังกรกระมัง ช่วงนี้หัวของข้ามิค่อยสร้างสรรค์ ความคิดมิค่อยบรรเจิดสักเท่าไร

“ตำรายุทธชั้นสูง ?” จินตาโตเป็นไข่ห่าน ขณะรับตำราฝึกยุทธจากข้าไป “เจ้าได้มาได้อย่างไร ?”

ได้มาได้อย่างไร ? ‘แฮ่ม เพราะตัวข้าคือเทพธิดาอย่างไรเล่า !’ เพียงยังมิต้องการเปิดเผยแก่เจ้าในตอนนี้

“เจ้าค่อยกลับมาถามคำถามนี้ เมื่อเจ้าสำเร็จยุทธเถิด” ข้ายกมือขึ้นเสยเรือนผมสีเงินบนศีรษะ กว่าจะถึงวันที่เขาสำเร็จยุทธ เขาก็คงหลงลืมถ้อยคำถามในวันนี้ไปสิ้นแล้ว

ข้ากล่าวเสริม “แม้นเคล็ดวิชานี้จะยากเย็น ทว่าหากเจ้าสามารถเข้าถึงหัวใจสำคัญของการฝึก เจ้าจะสามารถรวบรวมพลังวัตรที่ซ่อนเร้นภายในกายให้ไหลผ่านแทรกซึมไปทั่วร่าง อาศัยมันทะลวงผ่าน เพื่อส่งตนเองให้ก้าวข้ามสู่พลังยุทธขั้นต่อไป”

จินจ้องมองข้าด้วยท่าทีตื่นเต้น เขากอดตำราแนบอกแน่น “ขอบใจฉูฉู่ ข้าจะรีบฝึกฝน ข้าจะไม่ทำให้เจ้าต้องผิดหวัง”

“เจ้ามิมีทางทำให้ข้าผิดหวังอยู่แล้ว” ข้าคาดหวังไว้แล้วว่า เขาจะทำได้ยอดเยี่ยมเกินความคาดหมายของข้า เมื่อแท้จริงเขาคือเทพแห่งสงคราม พรสวรรค์ของเขาย่อมเปี่ยมล้นเหนือวิสัยธรรมดาทั่วไป

เขาเข้ามาโอบกระชับกอดเอวข้า ประทับรอยจุมพิตแนบใกล้ริมฝีปากของข้า นับเป็นครั้งแรกที่เขาจุมพิตใกล้ริมฝีปาก จนทำให้ข้าอ้าปากค้าง จินส่งเสียงหัวเราะเมื่อเห็นท่าทีของข้า

“คลายใจเถิด ! ย่อมมิอาจ ! รอกระทั่งเข้าหอมิใช่หรือ ?” เขายกยิ้มอย่างมีเลศนัย

“เจ้าตัวร้าย !”ข้ากำหมัดต่อยไหล่เขาไปทีหนึ่ง “ไสบั้นท้ายจอมลามกของเจ้าไปไกล ๆ เลย แล้วกลับไปทำในสิ่งที่เจ้าควรกระทำได้แล้ว !”

เขาค่อย ๆ เดินอิดออดก้าวขึ้นชั้นสอง และเริ่มลงมือฝึกฝนพลังยุทธ

“จิน !” ข้าร้องเรียกหาเมื่อนึกบางสิ่งขึ้นได้ “เห็นทีข้าคงต้องไปสถานศึกษาของเจ้าเสียแล้ว ข้าคงต้องช่วยสอนพลังยุทธให้แก่สหายของเจ้าอีกสักสองสามคน เอ.. หรือข้าควรไปเปิดสำนักจัดตั้งกลุ่มยอดฝีมือที่ล้วนประกอบด้วยสามัญชน” ข้ากล่าวติดตลก

จินส่งยิ้มหวานมาให้ข้า “ข้าเชื่อว่าเจ้าย่อมทำได้อย่างแน่นอน”

เพียงได้ยินเรื่องที่สหายของจินถูกทำร้าย ด้วยความสัตย์จริง ข้ามิอาจทนนิ่งเฉยได้เลยสักครั้ง ที่เห็นเจ้าพวกคนเห็นแก่ตัวรังแกผู้ที่อ่อนแอกว่า ข้าเคยตั้งปณิธานไว้ว่า จะยื่นมือเข้าช่วยเหลือผู้ที่เดือดร้อนทุกครั้งที่มีโอกาส และโอกาสนั้นก็มาถึงแล้ว หากข้าปล่อยให้มันล่วงผ่านเลยไป โอกาสย่อมกลับกลายเป็นสิ่งสูญค่า

ข้าย่อมมิอาจไปถล่มเจ้าพวกชนชั้นสูง ทั้งมิอาจลงมือสังหารพวกเขาเหล่านั้นได้อย่างแน่นอน เพราะหากกระทำเช่นนั้น กระทั่งตัวข้าก็มิอาจล่วงรู้ได้เลยว่าสวรรค์เบื้องบนจะลงทัณฑ์ข้าเช่นไร เพียงคิดก็ยังมิกล้า !

ในที่นี้ข้าอยากจะขอหยิบยืมสุภาษิตที่กล่าวว่า จงสอนให้คนตกปลา มิใช่เพียงมอบปลาให้แก่คนผู้นั้น ข้าย่อมไม่มอบปลา เพียงเพื่อต่อลมหายใจให้เขาอีกเพียงครั้ง หากทว่าข้าจะสอนวิถีแห่งความแข็งแกร่ง ที่จะทำให้พวกเขาอยู่รอดได้อีกนานแสนนาน

รอก่อนเถิด เจ้าพวกมารชั้นสูง

รอให้พวกเรา สามัญชนผู้ต่ำต้อยปฏิวัติตนเองให้เรียบร้อยเสียก่อน นับแต่นี้ ชีวิตชาวบ้านอย่างพวกเรา จะแปรเปลี่ยนไปตลอดกาล




***จบตอน ปฏิวัติ ! !***

 

SMF spam blocked by CleanTalk