ผู้เขียน หัวข้อ: ตอนที่ 8 เจ้าอยากเป็นอะไร ? / สามีของท่าน  (อ่าน 1390 ครั้ง)

น้องหญิงน้อย (ผู้แปล)

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1488
    • ดูรายละเอียด


ตอนที่ 8 เจ้าอยากเป็นอะไร ? / สามีของท่าน



เด็กน้อยค่อย ๆ เปิดกล่องของขวัญอย่างตั้งใจ ผืนผ้าลายสายรุ้งถูกดึงขึ้นมาด้วยท่าทีตื่นเต้น ยามค่ำคืน แสงเทียนยิ่งสาดส่องผืนผ้าให้ทอประกายระยิบระยับงดงามจับตา สายรุ้งสีสดใสบนผืนผ้าดึงดูดความสนใจของจินอย่างเห็นได้ชัด

“เอ้า เบา ๆ หน่อย !” ข้าเอ็ด เมื่อเห็นเขารีบร้อนดึงผืนผ้าออกจากกล่อง จินรีบจับอย่างเบามือในทันที เขาทำท่าสลดคล้ายเกรงจะทำผ้าฉีกขาดอย่างไม่ตั้งใจ

ข้าหัวเราะคิกคัก “มิต้องห่วง ผืนผ้านี้ทอขึ้นจากไหมแมงมุม ไม่ฉีกขาดง่ายดายเพียงนั้นหรอก”

เมื่อได้ยินเช่นนั้นใบหน้าของเขากลับกลายเป็นสดใสขึ้นในทันที หัวมันน้อยจินค่อย ๆ สวมใส่ชุดนอนสายรุ้ง จากนั้นก็หันหมุนไปมาจนรอบตัว ก้มลงมองแขนเสื้อ ก้มดูขากางเกง ก่อนจะเอี้ยวตัวไปด้านหลัง เพื่อกวาดสายตามองให้ทั่วทั้งตัว เจ้าหนูน้อยผู้นี้น่าขันเสียจริง

“ข้าดีใจที่เจ้าชอบ” น่าดีใจที่เขาชอบใจชุดที่ข้าให้มากถึงเพียงนี้ ผ้าไหมแมงมุมเป็นผืนผ้าที่ตัดเย็บได้ยาก มิอาจเย็บด้วยวิธีทั่วไป จำต้องใช้ด้ายซึ่งทำขึ้นจากไหมแมงมุมในการปักเย็บ ส่วนเส้นด้ายธรรมดานั้นมิอาจทะลุผืนผ้า

จินดีใจจนพูดไม่ออก สองแขนน้อย ๆ ชูขึ้นเชื้อเชิญอ้อมกอด ข้าก้มลงสวมกอด ท่อนแขนกลมตันคู่นั้นโอบรัดรอบคอก่อนปากน้อย ๆ จะระดมพรมจุมพิตไปทั่วใบหน้าข้า

“พอ พอแล้ว !” ข้าหัวเราะเสียงลั่น ริมฝีปากน้อย ๆ นั้นจั๊กจี้ชะมัด ตอนนี้น้ำลายคงท่วมหน้าข้าแล้วกระมัง เจ้าตัวน้อยยังกระหน่ำหอมข้าไม่เลิกกระทั่งที่สุดก็หันมาหัวเราะร่วนไปกับข้าด้วยอีกคน

นับแต่ข้ามอบชุดนอนเป็นของขวัญ จินก็ไม่ยอมเปลี่ยนชุดอีกเลย ทั้งที่ผ่านไปหลายวันจนข้าเริ่มจะนึกฉุน ทว่าในความขุ่นเคืองกลับแฝงด้วยความปลาบปลื้มใจ แน่นอน เขารักชุดนอนตัวนั้นมาก หากแต่เหตุใดเขาจึงไม่ยอมให้ข้าซักชุดนั้นบ้างเล่า ?  เขาอาบน้ำชำระกายทุกวัน หากแต่ทุกครั้งหลังอาบน้ำ ก็จะต้องมาคุ้ยหาชุดนอนที่ข้าแอบนำไปเก็บซ่อน แม้จะต้องวิ่งเปลือยกายโทง ๆไปทั่วบ้านก็ตามที

“จิน ! เปลี่ยนใส่ชุดนี้ไปก่อน” ข้าขึ้นเสียงสูง ขณะกำลังวิ่งไล่กวดเด็กน้อยจนทั่วเรือน

“ไม่เอา !”

ร่างตุ้ยนุ้ยหยุดชะงักในทันที ครั้นเพียงข้ากำลังจะคว้าตัว  จินกลับเร่งฝีเท้ากวดหนีสุดแรงเกิด ความหวังจะจับตัวได้เป็นอันพังทลาย  มันกุศโลบายใดกันนี่ !

เป็นเช่นนี้กระทั่งถึงวันที่หก เขาบังเอิญทำกางเกงเปื้อนจึงเข้ามารับผิดทั้งน้ำตา เด็กน้อยค่อย ๆ ปลดชุดนอนด้วยท่าทีเก้ ๆ กัง ๆ “ขอโทษ...ฉู”

“เจ้าตัวเหม็นจอมยุ่ง” ข้าเข้าไปช่วยดึงเสื้อออกจากศีรษะน้อย ๆ

“ขอโทษนะฉู” เสียงของเขาดังขึ้นอีกเล็กน้อย

“ไปชำระกายเสียก่อน ข้าจะเอาชุดนี้ไปซักให้” ข้ายกมือขึ้นลูบหัวปลอบใจเจ้าตัวน้อย

“เมื่อไรจะได้ใส่ ?” เสียงกระอ้อมกระแอ้มถาม

“เมื่อแห้ง”

“ได้เลย !” เขาหยุดงอแงรีบสาวเท้าเดินล่อนจ้อนตรงเข้าห้องอาบน้ำในทันที

ครั้นเมื่อถึงวัย 5 ขวบปี จู่ ๆ เขากลับโพล่งคำถามหนึ่งขึ้นมาขณะข้ากำลังทำแกงเกี๊ยว

“ท่านเป็นมารดาของข้ากระนั้นหรือ ?” จินยื่นหน้าเบะปากเข้ามาถาม ถ้วยแกงในมือข้าแทบร่วงหล่น

เวลาอื่นมีออกถมเถไยต้องมาเซ้าซี้ถามตอนนี้ด้วย ? ข้าพยายามทำสถานะของตนเองให้คลุมเครือ เพียงให้ทุกคนเข้าใจว่า ข้ามิใช่คนในครอบครัวของเขา อาจเป็นเพียงผู้ดูแล….หรือ แม่บ้าน แหม….. อันหลังฟังดูดีกว่ากันแยะ

ข้าวางชามน้ำแกงลงบนโต๊ะก่อนจะหันกลับมาหาจิน ซือหลานเอาตัวมาไซ้ที่ปลายแข้ง แม้จะไม่ได้รับอนุญาตให้เอ่ยปากพูดคุยต่อหน้ามนุษย์ กระนั้นข้ายังรับรู้ได้ว่า ยามนี้เขากำลังลอบหัวเราะท้องคัดท้องแข็งอยู่ในใจ

“จิน เหตุใดเจ้าจึงถามเช่นนี้ ?” รอยยิ้มข้ากระตุกกึก หากเขามองข้าเป็นเช่นมารดา เบื้องหน้าต่อไปจะสานรักแสนหวานกันได้เยี่ยงไรเล่า ?  ข้าแทบอยากจะแหกปากร่ำไห้ ขณะที่ซือหลานลงไปนอนหงายท้องส่ายหางท่าทางขบขันสุดชีวิต เจ้าเหมียวบ้า !

“หากมิใช่มารดา เหตุใดท่านจึงคอยดูแลข้าเล่า ?” เขาเอ่ยถามด้วยนัยน์ตากลมโตแวววาวคู่นั้น อา... อย่านะ ! อย่าทำให้ข้าต้องแปลงร่างเป็นนางเฒ่าหัวงูในตอนนี้เลย

“ข้ายังมิเคยบอกว่าข้าพบเจอเจ้าที่บนเขากระนั้นหรือ ?” ข้ารีบยัดเยียดความคิดนี้ใส่หัวเขาทันทีที่เขาสามารถเข้าใจได้ ข้าควรต้องรีบสร้างปราการกั้นระหว่างความรักหนุ่มสาวกับความผูกพันในครอบครัวนับแต่เริ่มต้น

เขาผงกศีรษะรับคำ ทว่าสีหน้าท่าทางกลับเคร่งเครียด “เช่นนั้นเหตุใดข้าจึงถูกทอดทิ้งกระนั้นหรือ ?”

“เอ๋ ?” ข้าสะอึกไปในทันที คิดสิ คิด คิด ! ข้าไม่อยากเห็นเขาเศร้าเสียใจ หากพูดผิดอาจกระทบกระเทือนจิตใจ ส่งผลร้ายต่ออนาคต ? ความคิดของข้าว้าวุ่นจนแทบคลั่ง

“นั่นเพราะ….” ข้ายกยิ้มเจ้าเล่ห์ทันทีที่นึกคำตอบแสนวิเศษขึ้นมาได้ “เพราะข้าคือภรรยาของเจ้า ! เมื่อเจ้าเติบใหญ่ เจ้าจะแต่งกับข้า” สองแขนของข้าโอบกอดร่างน้อย ขณะท่อนแขนอ้วนตันก็โอบรัดรอบคอข้าเช่นกัน “เจ้ามิได้ถูกทอดทิ้ง บิดามารดาของเจ้าเพียงรู้ว่าข้าจะมารับเจ้าที่ยอดเขานั้น”

เขาแนบแก้มนุ่มอบอุ่นกับแก้มของข้า “อา... ดีจริง ข้าหลงคิดไปว่าท่านคือท่านแม่ของข้าเสียอีก”

เอ๋…. เดี๋ยวก่อน นี่มันจะดีหรือไม่ดีกันแน่ ? ข้าชักเริ่มไม่แน่ใจว่าเขาต้องการจะสื่อสารสิ่งใด

กระทั่งถึงคราวที่เขาไม่ยอมกินผัก ทว่าจำต้องกินเพื่อให้ร่างกายเจริญเติบโต เช่นนั้นจินจึงถูกข้าตำหนิทุกครั้งที่เขี่ยผักใบเขียวไว้ข้างจาน

“ก็มันไม่อร่อย” เขาเบ้ปากกล่าว ขณะยกตะเกียบคีบกะหล่ำปลีนุ่มด้วยท่าทีอิดออด

“สิ่งที่ดีกับสุขภาพย่อมไม่จำเป็นต้องรสชาติดีเสมอไป  ทั้งสิ่งที่รสชาติแย่ก็มิได้หมายความว่าจะไม่ดีกับสุขภาพเสมอไปเช่นกัน”  ข้าอยากจะพูดให้ดูคล้ายพวกบัณฑิตที่มีการศึกษา ทว่าก็ไม่แน่ใจนักว่าประโยคที่ข้าแต่งจะได้ผลหรือไม่

พลันความคิดดี ๆ ก็ผุดขึ้นในหัว พอจะหาหนทางให้เขากินผักได้บ้างแล้ว ทั้งยังจะเป็นอุบายที่ต้องหลบซ่อน

“ซือหลานมานี่ !” ข้าร้องเรียก ซือหลานวิ่งสี่ขาเหยาะ ๆ แกว่งหางเข้ามาหาคล้ายพอคาดเดาได้ว่า ครานี้น่าจะเป็นงานอร่อยอย่างแน่แท้

“กินสิ” ข้าคว้าชามน้อยที่มีเพียงผักส่งให้ซือหลาน เจ้าแมวน้อยสวาปามทุกสิ่งเกลี้ยงไม่เลือกหน้า (ทั้งไม่สนใจหาเนื้อปลาในชาม) อาหารในชามถูกกวาดเรียบเพียงพริบตา เจ้าตัวน้อยเงยหน้าขึ้นจ้องข้าด้วยดวงตาแวววาวขณะตวัดลิ้นเลียปากแผลบ ๆ

“น่ารักจริงเจ้าเหมียวน้อย” ข้ากระซิบกระซาบ ทว่าคล้ายจะได้ยินซือหลานแหวะใส่ในกระแสจิต ข้าอุ้มเขาขึ้นมายื่นปากเข้าไปหา “ในฐานะที่เจ้าทำตัวน่ารักเป็นเด็กดี ข้าจะหอมเจ้าเป็นรางวัลสักที” ซือหลานพยายามยกอุ้งเท้ายักแย่ยักยันหนีออกจากมือข้า เชื่อเลยว่าหากรั้งอีกเพียงครู่ซือหลานคงได้อาเจียนรดใส่หน้าข้าเป็นแน่

“ข้ากินแล้ว ข้ากินแล้ว” จินรีบแทรกขึ้นทันทีที่จัดการผักในจานของตนเองจนเกลี้ยงด้วยความรวดเร็วปานสายฟ้า

ข้าวางซือหลานกลับลงพื้น นับแต่นั้นเป็นต้นมา ซือหลานก็ไม่ยอมเข้าใกล้ข้าอีกเป็นอาทิตย์ ซือหลานบอกข้าว่า เพียงได้เห็นริมฝีปากอวบอูมของข้า เขาก็จะรู้สึกคลื่นไส้ทุกครั้งไป ได้ยินเช่นนั้นข้าแทบอยากเตะส่งกระเด็นออกนอกบ้านไปเสียจริง ๆ

“แล้วจุมพิตของข้าเล่า ?” จินร้องขอพลางจ้องหน้าข้าเขม็งด้วยท่าทีคาดหวังอย่างแรงกล้าเมื่อผักอีกจานถูกจัดการจนราบ

ข้าประทับริมฝีปากลงกับแก้มยุ้ยเบา ๆ  หากทว่าจินกลับดูจะผิดหวัง ! เขาหลับตายื่นปากบาง ๆ มาให้ข้า หลังครุ่นคิดทบทวนบางสิ่ง ข้าประทับริมฝีปากลงบนศีรษะน้อย ๆ อย่างนุ่มนวล

“เจ้าตัวร้าย ! เรื่องนี้นับว่าเร็วจนเกินไป ไว้เจ้าค่อยกลับมาทวงจากข้าเมื่อพวกเราแต่งกันแล้วเถิด”

แม้ความคิดอ่านของจินจะแปลกไปบ้าง หากแต่กลับทำให้ข้าประทับใจในความเฉลียวฉลาดของเขายิ่งนัก เมื่อเขาเริ่มเรียนเขียนอ่าน (โดยมีข้าเป็นท่านอาจารย์ผู้ปราดเปรื่อง) จินจะเข้าไปเลือกตำราจากร้านหนังสือกลับมาอ่านที่เรือนด้วยตนเอง บางครั้งข้ายังช่วยอ่านให้เขาฟังยามดึก เขาจะตั้งใจฟังอย่างว่าง่ายด้วยท่าทีแลดูมีความคิดเกินกว่าวัยของตน

เมื่อข้าถามว่าเขาอยากออกไปเล่นกับพวกเด็ก ๆ เพื่อนบ้านบ้างหรือไม่ เขากลับปฏิเสธด้วยคำกล่าวที่ว่า “เดี๋ยวฉูฉู่จะต้องเหงาอยู่คนเดียว” แม้วาจานั้นจะแทบหลอมละลายใจข้า กระนั้นข้าก็มิควรขัดขวางพัฒนาการในวัยเยาว์ของเขา ทว่าหากเขามิต้องการ ข้าก็ย่อมไม่มีสิทธิ์ไปบังคับฝืนใจ

เมื่อจินเข้าถึงวัย 7 ขวบปี ข้าจึงบอกกับเขาว่า ยามนี้ถึงเวลาที่เขาต้องเข้าสถานศึกษาแล้ว

“มิต้องห่วง ข้าอยู่ได้” ข้ายกมือขึ้นลูบศีรษะเขาด้วยความรัก “เจ้าจะได้เรียนรู้เรื่องราวต่าง ๆ มากมายที่ข้ามิอาจสั่งสอน ในสถานศึกษา วิชาความรู้คือสิ่งที่ดีต่อตัวเจ้าเองในวันหน้า”

เขาโผเข้ากอดเอวข้าในทันที “แล้วท่านจะไม่คิดถึงข้าหรือ ?”

อยากจะหัวเราะให้ลั่นทุ่ง เด็กหนอเด็ก ! ทำราวกับอาลัยข้าเสียเต็มประดา

“ผู้ใดว่าข้าไม่คิดถึงเล่า ? ข้าย่อมคิดถึงเจ้าเสมอ แม้เจ้าจะอยู่แค่เพียงตรงข้ามนี้” ข้าหัวเราะร่วนพลางยกมือขึ้นลูบหัวเจ้าตัวน้อย “อยากรู้จริง เบื้องหน้าเมื่อเติบใหญ่ เจ้าอยากจะเป็นอะไร ?”

เขาเงยหน้ามองข้าทำท่าครุ่นคิด เพียงเสี้ยวนาทีคำตอบก็หลุดออกมา “เป็นสามีท่าน”

“เอ๋ ?”

“เบื้องหน้าต่อไป ข้าจะเป็นสามีของท่าน”



*****


หัวมันน้อยผู้นี้มิมีปณิธานอื่นอีกกระนั้นหรือ ?



***จบตอน เจ้าอยากเป็นอะไร ? / สามีของท่าน***

 

SMF spam blocked by CleanTalk