ผู้เขียน หัวข้อ: ตอนที่ 18 กระหายสตรี  (อ่าน 1387 ครั้ง)

น้องหญิงน้อย (ผู้แปล)

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1488
    • ดูรายละเอียด
ตอนที่ 18 กระหายสตรี
« เมื่อ: กันยายน 11, 2018, 07:06:20 AM »


ตอนที่ 18 กระหายสตรี



“จะอย่างไรข้าก็กลับบ้านไม่ได้อีกแล้ว ถ้าท่านอยากฆ่าข้าก็เอาเลยสิ!”

เธอจ้องเขาเขม็งไม่วางตา มิรู้ว่าเธอไปเอาความกล้ามาจากไหน เมื่อฝ่ามือของเธอคว้าคอเสื้อท่านอ๋องหนุ่มดึงเข้ามาพร้อมจะฉะกันให้เละไปสักข้าง

หลิวจ่งเทียนไม่ทันตั้งตัวจึงเซล้มโดยมีชีชีขึ้นคร่อมอยู่ด้านบน เจ้าหนุ่มอัปลักษณ์กำหมัดต่อยใส่! หลิวจ่งเทียนมิคิดเลยว่าชีชีไม่ยอมละทิฏฐิ ทั้งยังกล้าลอบทำร้ายท่านอ๋อง! ยามนี้นัยน์ตาทั้งสองของเจ้าหนุ่มอัปลักษณ์แดงก่ำดั่งเปลวเพลิงด้วยความคั่งแค้น ทว่ากลับทำให้ต้องตกตะลึงอย่างน่าประหลาด

หลิวจ่งเทียนจี้สกัดจุดอีกฝ่าย ทั่วร่างของชีชีกลับด้านชา กระทั่งล้มพับลงไปกับพื้นทว่านัยน์ตายังถลึงจ้องใส่เขาด้วยความเกรี้ยวกราด

“พอได้แล้ว เจ้าสามหาวมากจนเกินพอแล้ว ทั่วทั้งค่ายก็เห็นจะมีเพียงเจ้าผู้เดียวที่ก้าวร้าวกับเปิ่นหวางเช่นนี้!”

“เจ้าอ๋องชั่ว อ๋องหน้าเหม็น ไปลงนรกไป!” ยิ่งคิดก็ยิ่งแค้นใจ หยาดน้ำตาของสาวน้อยร่วงเผาะลงข้างแก้ม

ครานี้หลิวจ่งเทียนถึงกับทำอันใดไม่ถูก ไยบุรุษ เพศผู้แข็งแกร่งจึงร่ำไห้ไร้สาระถึงเพียงนี้! ราวอิสตรีก็ไม่ปาน!

“ข้าคลายจุดให้เจ้าก็ได้ ทว่าห้ามเจ้าทำเช่นเดิมอีกเข้าใจไหม?” เขาทนดูอีกฝ่ายมิได้จึงจำต้องคลายจุดให้ ชีชีร่วงแหมะบ่อน้ำตาแตกอยู่กับพื้นโดยไม่สนใจความเจ็บปวดที่ก้นงอนงามแต่อย่างใด

“อย่าล่อสายฟ้าอีก มันอันตรายเกินไป ครานี้ยังดีที่สายฟ้าฝ่าพวกซุยงหนูจนแดดิ้น คราหน้ามันอาจผ่าลงพวกเราเองได้!”

“ฮึ เดิมทีมันต้องผ่าใส่ข้าแท้ๆ!”

“นี่เจ้าอยากตายกระนั้นรึ?”

“ใครอยากตายกันเล่า ข้าก็หวังจะมีชีวิตอยู่ หากแต่พูดออกไปท่านก็คงไม่เข้าใจ!”

ชีชีไม่ต่อปากต่อคำกับท่านอ๋องหนุ่มมอีกต่อไป เธอกลับเข้ามุมสงบของตน เสียดายยิ่งที่การเดินทางข้ามผ่านเวลาในครานี้ล้มเหลวไม่เป็นท่า เห็นทีคงต้องวางแผนกันใหม่ นอกจากวิธีการนี้แล้ว น่าจะมีหนทางอื่นที่จะสามารถส่งตัวเธอกลับไปยังโลกอนาคตได้มิใช่หรือ? ยิ่งคิดก็ยิ่งกลุ้ม

วันถัดมา เมื่อชีชีลุกขึ้นจากที่นอน จึงเห็นหลิวจ่งเทียนสวมชุดเกราะพร้อมรบอย่างเต็มที่ นี่เขาจะออกรบอีกแล้วหรือ?

“ชีชี รีบเก็บข้าวของได้แล้ว พวกเราต้องเดินทางเข้าทะเลทราย คืนนี้เราจะตั้งค่ายกลางทะเลทราย!”

“ไปทะเลทราย?” ชีชีตื่นเต้นยิ่งนัก คล้ายกำลังจะได้ไปเที่ยวกลางทะเลทราย ไหนๆ ก็กลับไปมิได้ เช่นนั้นก็ไปเที่ยวทะเลทรายโบราณเสียหน่อยเป็นไร

“ครึกครื้นอันใดหนักหนา เรากำลังจะไปทำสงคราม หาใช่ไปเที่ยวเล่นไม่! อ้อ เปลี่ยนชุดเจ้าเสียด้วย!” ชายหนุ่มโยนชุดนายทหารชั้นผู้น้อยส่งให้อีกฝ่าย

“เอาตอนนี้เลยรึ?” สองมือของเธอยกขึ้นโกยผ้า

“ใช่สิ ไม่มีเวลาแล้ว เร็วๆเข้า!” ขณะที่กล่าว เขาก็ยกมือขึ้นปรับแต่งเข็มขัดกลางตัวที่ทั้งหนัก และหนาให้เข้าที่

ชีชีโกยเสื้อผ้าลุกขึ้นด้วยท่าทีเงอะๆ งะๆ “ท่านหันไปก่อนสิ!”

“หันไป? เจ้าเป็นสตรีหรือไร? เร็วๆ นี่คือคำสั่งทัพ! หากเจ้าทำให้การเดินทัพล่าช้า เช่นนั้นเปิ่นหวางคงต้องให้เจ้ามอบศีรษะ!”

“เอาแต่ใจชะมัด” เธอจ้องเขาตาเขียวพลางหอบเสื้อผ้าเดินมาด้านหลังฉากบังตา ก่อนจะรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าอย่างเร่งด่วน

หลิวจ่งเทียนส่ายหน้าด้วยความเหนื่อยระอา ราวกับเด็กน้อย บุรุษด้วยกันโดยแท้ ยังจะมีสิ่งใดน่าละอาย?

แหงนหน้ามองผ่านฉากบังตาอีกครา ท่านอ๋องหนุ่มกลับนิ่งตะลึง เบื้องหลังฉากบังตาภายใต้ความเจิดจรัสของแสงตะวันกำลังเผยเงาร่างที่งดงามได้สัดส่วน เรือนร่างอรชรบอบบาง ท่อนแขนเรียวงามเนียนละเอียด เอวคอดน้อย……นี่….อิสตรีโดยแท้ ภายในใจของเขาเต้นระรัว ชายหนุ่มก้าวฝ่าเท้ายาวฉับๆ เข้าไปยังหลังฉากบังตาหมายจะทำลายความเคลือบแคลงสงสัยในใจตน

เมื่อชีชีได้ยินเสียงฝีเท้าก็ตื่นตกใจ เธอรีบเร่งมือสวมชุดให้เร็วสุดชีวิต ครั้นเมื่ออีกฝ่ายก้าวเข้ามาถึงด้านหลัง ชีชีก็สวมชุดเกราะนายทหารเรียบร้อยพร้อมหันมาหัวเราะแหะๆ ให้ท่านอ๋องหนุ่ม “มันใหญ่ไปหน่อย!”

“อ้อ!” หลิวจ่งเทียนส่ายหน้าชักฝ่าเท้ากลับ

นี่มันเกิดอันใดขึ้นกับเขา? ไยในหัวเขาจึงมักเชื่อมโยงชีชีเข้ากับสตรีเพศ นอกจากแววตาคู่งามนั้นแล้วมีส่วนใดดึงดูดสายตาเขาได้อีกเล่า? บ้าชะมัด นี่เขากระหายสตรีกระทั่งหลอนไปแล้วหรือ?

ผงยารักษาแผลโบยที่ก้นนับว่าดีเยี่ยม ด้วยยามนี้บาดแผลของเธอทุเลาลงมากแล้ว มิเช่นนั้นเธอคงไม่อาจขึ้นขี่ม้าในยามนี้ได้ ทว่ายังคงรู้สึกเจ็บบั้นท้ายอยู่บ้างเล็กน้อย

ชีชีนั่งบิดซ้ายบิดขวาอยู่บนอานม้า อยากจะไปนั่งในรถม้าเสียจริง ทว่าเสียดายยิ่งที่ในรถม้าล้วนอัดแน่นไปด้วยข้าวของเสบียงกรังจนไม่เหลือที่ให้เธอยัดตัวเข้าไป ทัพใหญ่แห่งฮั่นดินแดนเกรียงไกรเคลื่อนทัพมาตลอดบ่ายท่ามกลางแสงแดดที่แผดเผาร้อนแรง ชีชีรู้สึกอ่อนล้า และค่อยๆ เริ่มเดินรั้งท้ายลงมาเรื่อยๆ

หลิวจ่งเทียนขี่อาชาอ้อมมาหา หมวก และเกราะบนเรือนกายสะท้อนแสงตะวันที่สาดฉายเปล่งประกายเป็นสีเงินยวงน่าประทับใจยิ่งนัก เขาเดินเข้ามาหาชีชี พลางลดฝีเท้าอาชาของตนลงมาเรื่อยๆ ยามนี้ชีชีไม่เหลือแรงกำลังจะต่อปากต่อคำกับเขาอีกแล้ว เมื่อต้องขี่ม้าจนเอวแทบหักบั้นท้ายกระแทกไปมาจนระบมเหลือจะเอ่ย



***จบตอน กระหายสตรี***

 

SMF spam blocked by CleanTalk