ผู้เขียน หัวข้อ: ตอนที่ 10 หนีอ๋องปะทะหมาป่า  (อ่าน 1295 ครั้ง)

น้องหญิงน้อย (ผู้แปล)

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1488
    • ดูรายละเอียด
ตอนที่ 10 หนีอ๋องปะทะหมาป่า
« เมื่อ: สิงหาคม 22, 2018, 06:48:47 AM »


ตอนที่ 10 หนีอ๋องปะทะหมาป่า



ชีชีวิ่งพรวดออกไปจากค่ายทหารด้วยความคล่องแคล่ว ทั้งยังไม่ลืมหลบหลีกจุดที่ทหารเฝ้าเวรยามคอยเดินลาดตระเวน และสวรรค์ก็ไม่ทำให้เธอต้องผิดหวังเสียจริงๆ แม้บั้นท้ายจะยังระบม  ทว่าความตื่นเต้นสุขสมใจที่จะได้หนีไปจากอุ้งมือมารหลิวจ่งเทียนผู้นั้น ทำให้ยามนี้หญิงสาวหลงลืมความทุกข์ระทมทั้งหมดทั้งสิ้นไป

ทั่วท้องนภาเริ่มถูกครอบครองด้วยความหม่นมืด เมื่อตะวันเริ่มคล้อยเคลื่อนลงต่ำ บรรยากาศโดยรอบถูกแต่งแต้มไปด้วยสีดำสนิท กระทั่งประกายไฟจุดน้อยๆ ยังไม่อาจแลเห็น แต่ละย่างก้าวที่เหยียบลง บ้างสูงบ้างต่ำ ชีชีคลำหาเส้นทางภายใต้การจับจ้องแห่งดวงจันทรายามค่ำคืน ออกเดินทางกลางราตรีอันเงียบสงัดเช่นนี้ช่างน่าตื่นตระหนก น่าหวาดกลัวชวนขนลุกขนพองยิ่งนัก

เพียงเสียงกรอบแกรบของใบไม้ทางด้านหลังก็ทำเอาเสียวสันหลังวาบ คงมิใช่ผีใช่ไหม? ไม่กล้าแม้เพียงจะเหยียดฝ่าเท้าออกไปอีกแค่เพียงครึ่งก้าวเมื่อชีชีรับรู้ถึงบางสิ่งที่กำลังค่อยๆ ย่างกรายใกล้เข้ามาเรื่อยๆ แม้เธอจะตระหนักดีว่าตนนั้นห้าวหาญชาญชัยมิน้อย หากทว่ายามเมื่อต้องอยู่ในสถานที่ไกลห่างไม่เห็นแม้เพียงเงาของผู้ใดเช่นนี้  หากจะกล่าวว่าเธอไม่ปอดแหกก็คงโม้เกินไปแล้ว เมื่อยามนี้กลับกลายเป็นความหวาดกลัวที่พวยพุ่ง

ที่สุดหญิงสาวรีบรวบรวมความกล้าหันขวับกลับไปดูทางด้านหลัง สายตาของเธอแน่นิ่งอยู่กับที่เมื่อปะทะเข้ากับนัยน์ตาสีเขียวคู่หนึ่ง หมาป่าชัดๆ! หากเป็นคนยังพอจะรับมือได้ ทว่านี่มันหมาป่าที่ดุร้ายยิ่ง ยามนี้หัวใจตกกระดอนหล่นไปกองอยู่ที่ตาตุ่ม ความกล้าหาญของสาวมั่นหายไปไหนหมดมิอาจทราบได้ ณ ขณะนี้มันกลับถูกแทนที่ไปด้วยความนึกเสียใจ ไยตอนที่หนีออกมาจากค่ายไม่รู้จักคว้าหอกดาบ หรืออาวุธอะไรติดมือมาบ้างเนี่ย?!

เจ้าหมาป่าย่อกายหมอบ หรี่ตามองคล้ายมันกำลังจับจ้องเฝ้ารอบางสิ่ง เพียงไม่ถึงอึดใจ ดวงตาอีกคู่ก็ปรากฏ ที่แท้มันกำลังรอสหายร่วมฝูงเข้ามาร่วมเขมือบเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายนั่นเอง เพียงคิดว่าเธอกำลังจะถูกฝูงหมาป่าฉีกทึ้งร่างจนเหลือแต่กระดูกขาวโพลนภายใต้ผืนป่าอันเงียบสงัด ทั่วร่างของชีชีก็สั่นไหวสะท้าน

ไยจึงซวยซ้ำซวยซากถึงเพียงนี้ อุตส่าห์หอบพาเธอมาถึงยุคสมัยฮั่นเพื่อจะมาเป็นเหยื่อหมาป่าเนี่ยนะ! สิ่งที่ทิ้งค้างเหลือไว้มีเพียงซากกระดูกขาวโพลนที่กระจัดกระจายเละเทะอยู่กลางป่า ทั้งคงมิมีผู้ใดจะคาดคิดได้เลยว่าทายาทแห่งบริษัทยักษ์ใหญ่เว่ยจะต้องมาพบจุดจบอันน่ารันทดถึงเพียงนี้

ชีชีเค่นเสียงขู่ออกไปอย่างกล้าๆ กลัวๆ “อย่าเข้ามาเชียวนา ข้าตัวแห้งไม่มีเนื้อให้พวกเจ้าแทะนักหรอก!”

หมาป่าทั้งสองลุกขึ้นโก่งคอหอน นี่คงมิใช่การสวดขอบคุณพระเจ้าก่อนมื้ออาหารใช่ไหม? ยามนี้แข้งขาทั้งสองสั่นคลอนอ่อนแรงไปหมด จะเป็นเช่นไรหากพวกมันทั้งคู่หิวจนตาลายแทะกินเกลี้ยง ไม่เหลือทิ้งไว้แม้เพียงซากกระดูก

หญิงสาวหันหลังวิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิต ถึงตอนนี้คงไม่ต้องเก็บพะนำความหวาดกลัวกันอีกต่อไปแล้ว เจ้าหมาป่าตัวที่อยู่ด้านหน้าพุ่งกระโจนตาม อีกตัวที่อยู่ด้านหลังก็เร่งพุ่งร่างติดตามในทันที  มิคิดเลยว่ามันตัวหนึ่งจะดีดร่างกระโจนสูงพุ่งเข้าใส่ชีชี ขณะที่หญิงสาวก็ลนลานตั้งหน้าตั้งตาวิ่งหนีอย่างไม่สนใจสิ่งใดกระทั่งกระแทกโครม ใส่คนผู้หนึ่งเข้าอย่างจัง สวรรค์โปรด! ที่แท้เทพเซียนทั้งหลายก็ยังไม่ทอดทิ้งเธอ ชีชีโถมตัวกอดรัดคนผู้นั้นแน่นด้วยความตื่นเต้นยินดีเป็นล้นพ้น

“หมาป่า หมาป่า! มีหมาป่าตรงโน้น! ช่วยข้าด้วย!” เธอก้มหน้างุดๆ ซุกแผ่นอกของบุรุษผู้นั้น สองตาปิดแน่นปี๋ด้วยความหวาดกลัว

ชายผู้นั้นถูกรัดยุ่งเหยิงพัลวัน หมาป่าทั้งสองขยับใกล้เข้ามาเรื่อยๆ  ยามนี้เขาไม่มีเวลาจะมัวใส่ใจชีชีผู้กอดรัดร่างเขาไว้อย่างแน่นหนา จึงจำต้องยกแขนข้างหนึ่งขึ้นโอบกระชับคนร่างเล็กไว้ ขณะที่อีกข้างก็ยกขึ้นวาดปลายดาบใส่หมาป่าที่กำลังคลุ้มคลั่ง

ชีชีรับรู้ได้ถึงความร้อนที่วาบขึ้นบนลำคอ บางสิ่งซึ่งมีลักษณะเหนียวข้นกระจายไปทั่วตัวติดตามมาด้วยความรู้สึกร้อนผ่าวชั่วขณะ ทั้งยังได้ยินเสียงร่างที่ใหญ่โตร่วงหล่นกระแทกพื้นอย่างหนัก บุรุษผู้นั้นดันร่างของเธอเบี่ยงหลบไปด้านหลังของเขา พร้อมกันนั้นเขาจึงค่อยๆ พาเธอกระถดถอยออกไปทีละก้าว หญิงสาวแอบเปิดตามองจึงเห็นร่างไร้วิญญาณของหมาป่าตัวหนึ่งนอนกองอยู่ที่พื้น ส่วนอีกตัวกลับยิ่งคลุ้มคลั่งเมื่อเห็นพรรคพวกของมันถูกฆ่าลงตรงหน้า มันพุ่งกระโจนเข้าใส่ในทันที

บุรุษผู้นั้นพยายามดันร่างของเธอออก เพื่อไม่ให้เกะกะกั้นขวางการต่อสู้ และแน่นอน มีหรือที่ชีชีจะยอมปล่อย สองแขนของเธอยกขึ้นรัดรอบคออีกฝ่ายแน่น พร้อมกับเนื้อตัวที่สั่นเทาเพราะความหวาดกลัว

บุรุษผู้นั้นถอนใจเฮือกใหญ่ก่อนจะทิ้งความใส่ใจในสิ่งที่พัวพันนุงนังอยู่กับร่างตน เขาพุ่งเข้าใส่เจ้าหมาป่า เธอรับรู้ได้ถึงประกายดาบที่สะท้อนวาบขึ้นเมื่อมันเชือดเฉือนร่างเจ้าหมาป่าตัวนั้นแดดิ้นลง

“ตายแล้วหรือ? มันตายแล้วหรือ?” ชีชีแอบเหลือบมองจึงเห็นมันกระตุกอีกสองคราก่อนจะขาดใจตาย เห็นเช่นนี้จึงค่อยโล่งใจ

“รีบไป! ไปเร็ว!” บุรุษผู้นั้นกระตุกแขนเธอออก อุ้งมือตุ๊กแกของชีชีจึงหลุดจากชายผู้นั้นโดยปริยาย

หญิงสาวหยิบยืมแสงจันทร์แหงนเงยมองดูบุรุษเบื้องหน้า ครั้นแล้วกลับต้องประหลาดใจเมื่อคนผู้นั้นคือ ท่านอ๋องสาม หลิวจ่งเทียน! ดวงตาที่สุกใสกระจ่างดั่งหมาป่าคู่นั้นจ้องกลับมาที่เธอด้วยความเกรี้ยวกราดอย่างเหลือทน  เธอตกใจตาค้างเข่าอ่อนร่วงลงก้นจ้ำ แต่แล้วก็กระเด้งกลับขึ้นมาราวกาน้ำชาที่เดือดพล่าน “โอ้ย! บ้าจริง! เจ็บชะมัด!”

หลิวจ่งเทียนวาดกระบี่เก็บกลับเข้าฝักพลางขยับเข้ามาหาหนุ่มน้อยตรงหน้า รองผู้บัญชาการหลิวนำนายทหารเข้ามาพอที เพียงปราดตามาเห็นชีชี ดวงตาของเขาก็เบิกโพลงด้วยแทบไม่อยากเชื่อ

“เจอตัวแล้ว! ท่านอ๋อง มันเป็นหน่วยสอดแนมจริงๆ พ่ะย่ะค่ะ! แต่แรกกระหม่อมก็คิดไว้แล้วเชียว กระหม่อมเล็งไม่ผิดตัวจริงๆ”

“กระไรนะ? หน่วยสอดแนม?” ยิ่งฟังก็ยิ่งงุนงง นี่เธอกลายเป็นหน่วยสอดแนมไปอีกแล้วรึ? กะอีแค่หนีออกมาจากค่ายแค่เนี้ย เจ้าทหารบ้องตื้นพวกนี้ก็เพ้อไปได้ว่าเธอคือหน่วยสอดแนมได้กระนั้นหรือ?

ท่านอ๋องหนุ่มหันมาจ้องชีชีเขม็งด้วยสายตาเย็นชา “จับมันกลับไปที่ค่าย ทำการสอบสวน!”

“นี่ๆ! ข้าใช่หน่วยสอดแนมอะไรนั่นเสียเมื่อไร….”

จะมีผู้ใดสนใจฟังคำทัดทานของเธอกันเล่า และด้วยเหตุนี้ หญิงสาวในสภาพหนุ่มน้อยจึงถูกลากตัวกลับเข้าค่ายฮั่นอันเกรียงไกรอีกรอบ ทว่าครานี้เธอถูกมัดแน่นหนา ทั้งมิรู้ว่าไอ้บ้าที่ไหนช่วยเตะอัดบั้นท้ายส่งให้อีกหน เจ็บเหลือจะทนจนเหงื่อกาฬแตกพล่าน

“คุกเข่า!” รองผู้บัญชาการหลิวกดร่างชีชีลงนั่ง

เธอทั้งแอบบ่นแอบด่าสาดเสียเทเสียใส่หลิวจ่งเทียนไม่มีซ้ำคำอยู่ในใจ ไว้ให้เธอเป็นอิสระได้เสียก่อนเถิด แม่จะกลับมากระทืบเจ้าอ๋องขี้เก๊กนี่ให้จมธรณี ให้เจ้าหน้าหล่อนี่เลียรองเท้าเธอให้เงาเลี่ยมเลยทีเดียว!




***จบตอน หนีอ๋องปะทะหมาป่า***

 

SMF spam blocked by CleanTalk