ผู้เขียน หัวข้อ: สัตว์ทั้งหลายรักษาอุโบสถศีล  (อ่าน 560 ครั้ง)

ธรรมธาตุ

  • Moderator
  • Newbie
  • *****
  • กระทู้: 44
    • ดูรายละเอียด
สัตว์ทั้งหลายรักษาอุโบสถศีล
« เมื่อ: พฤศจิกายน 05, 2017, 09:14:12 PM »



สัตว์ทั้งหลายรักษาอุโบสถศีล


ในครั้งนั้น มีดาบสผู้หนึ่งอาศัยอยู่ในป่า
มีสัตว์ทั้งหลายเข้ามาฟังธรรมตามโอกาส
นกพิราบคู่หนึ่งพากันบินออกหาอาหาร
นกพิราบที่เป็นภรรยาถูกนกเหยี่ยวโฉบจับไปกินต่อหน้านกผู้เป็นสามี
นกที่เป็นสามีไม่อาจช่วยเหลือได้ ก็เศร้าเสียใจอย่างยิ่ง
นกพิราบที่เป็นสามีก็คิดได้ว่า ความรักนี้ทำให้เราได้รับความลำบาก
หากเรายังข่มความรักไม่ได้ เราจะไม่ออกมาหากินอีก
นกนั้นมาหาดาบส สมาทานอุโบสถศีลเพื่อข่มราคะ และอยู่ในที่นั้น

ในครั้งนั้น มีงูตัวหนึ่งอยู่ในป่านั้น ออกแสวงหาเหยื่อไปถึงชายแดน
โคอสุภราช(โคมงคล) กินหญ้าคุกเข่าพิงจอมปลวก
ใช้เขาขวิดดินเล่นอยู่ งูเข้าไปใกล้ในที่นั้นก็เลื้อยจะเข้าจอมปลวก
บังเอิญโคเยียบไปโดนงูเข้า งูโกรธจึงกัดโคนั้นตาย
พวกชาวบ้านเห็นโคตายก็เสียใจ นำโคไปฝัง ร้องไห้โศกเศร้า
งูเห็นดังนั้นก็คิดว่า เพราะความโกรธ ทำให้เราฆ่าโคนี้
หากเราข่มความโกรธไม่ได้ เราจะไม่ออกมาหากินอีก
แล้วไปอาศรมพระดาบส สมาทานอุโบสถศีลเพื่อข่มความโกรธ และอยู่ในที่นั้น

สุนัขจิ้งจอกออกหาอาหาร เจอศพช้างตายอยู่
มันได้เข้าไปกัดแทะอวัยวะส่วนต่างๆจนถึงทวารหนัก ก็ติดใจที่เนื้อส่วนนั้น
เมื่อกัดแทะจนเพลิน ก็หลุดเข้าไปในท้องช้าง
ในท้องช้างนั้นอุดมสมบูรณ์ เมื่อหิว ก็กินเนื้อในท้อง
เมื่อกระหายก็กินเลือด เมื่อนอน ก็นอนบนปอดและไส้
สุนัขจิ้งจอกมีความสุขอยู่ในท้องช้างนั้น
จนซากช้างแห้งลง รู้ทวารหนักปิด เนื้อและเลือดก็แห้งไม่สามารถกินได้
ทั้งไม่อาจออกไปจากท้องช้างได้
สุนัขจิ้งจอกก็ผอมและหิวโหย จนฝนตก ซากศพชื้น รูทวารเปิด
สุนัขจิ้งจอกจึงออกมาได้ด้วยความยากลำบาก
จึงคิดได้ว่า ตนลำบากอย่างนี้เพราะความโลภ
หากเราข่มความโลภไม่ได้ จะไม่ออกไปหากิน
และไปสู่อาศรมของพระดาบส ตั้งใจรักษาอุโบสถศีลเพื่อข่มความโลภ

หมี ถูกความอยากครอบงำ ก็เข้าไปหากินของอร่อยในหมู่บ้าน
จึงถูกพวกชาวบ้านเอาธนูและพลอง ทำร้ายจนหัวแตกเลือดไหล
หมีคิดได้ว่า ความทุกข์นี้เกิดจากความโลภคือความอยากยิ่งของเรา
หากเราข่มความโลภคือความอยากยิ่งไม่ได้ เราจะไม่ออกไปหากิน
แล้วไปสู่อาศรมของพระดาบส ตั้งใจรักษาอุโบสถศีลเพื่อข่มความโลกคือความอยากยิ่ง

ส่วนพระดาบสก็มีมานะมาก ถือว่าตนเก่งตนดี จึงไม่สามารถทำฌานใดๆได้
พระปัจเจกพุทธเจ้าทราบว่า พระดาบสเป็นหน่อเนื้อแห่งพระโพธิสัตย์
คือจะได้เป็นพระพุทธเจ้าในกาลข้างหน้า
ท่านจะอนุเคราะห์ จึงเข้าสมาบัติมาปรากฏที่บนกระดานที่นั่งของดาบส
เมื่อดาบสเห็นเข้าก็มีมานะ ไม่กราบไหว้แสดงความเคารพ
ไม่พูดคุยทักทายต้อนรับถามถึงชื่อและโคตรของท่านเลย
เมื่อพระปัจเจกพุทธเจ้ากลับไปแล้ว พระดาบสก็สลดใจ
ว่าตนไม่ได้กราบไหว้ ทักทายพระปัจเจกพุทธเจ้าผู้ เพราะมานะของตน
จึงตั้งใจว่า หากเรายังข่มมานะไม่ได้จะไม่ออกไปหาอาหาร
แล้วเข้าสู่ศาลาสมาทานอุโบสถศีลเพื่อข่มมานะ
เมื่อท่านออกมาได้พบกับสัตว์ทั้งสี่ที่มารักษาอุโบสถศีล

พระดาบสได้พูดคุยกับสัตว์เหล่านั้นว่า
เหตุใดพวกเจ้าจึงอดทนต่อความหิวกระหาย มารักษาอุโบสถศีลอยู่ที่นี้
ท่านจึงทราบเหตุแห่งการรักษาศีลของเหล่าสัตว์
และสัตว์เหล่านั้นก็ได้ทราบเหตุแห่งการเข้าอุโบสถกรรมของพระดาบสเช่นกัน
พระดาบสได้ตักเตือนสอนกล่าวสัตว์ทั้งหลายนั้น
และต่างคนได้แยกย้ายกันไปสู่ที่ของตน
พระดาบสได้เจริญฌานและไม่เสื่อม เมื่อตายไปได้เกิดในพรหมโลก
ส่วนสัตว์ทั้งสี่ ตั้งอยู่ในคำสอนของพระดาบส ได้ขึ้นสวรรค์ไปทั้งสิ้น

พระศาสดาตรัสแก่อุบาสกทั้งหลายว่า
อุโบสถศีลนี้เป็นเชื้อแถวแห่งบัณฑิตมาตั้งแต่สมัยก่อน
คนทั้งหลายควรรักษาอุโบสถศีล

นกพิราบในครั้งนั้น ได้มาเป็น พระอนุรุทธะ
หมีได้มาเป็น พระกัสสปะ
หมาจิ้งจอกได้มาเป็น พระโมคคัลลานะ
งูได้มาเป็น พระสารีบุตร
พระดาบสคือพระพุทธเจ้า


นี้เป็นเรื่องราวที่พระผู้มีพระภาคเล่าให้ผู้คนทั้งหลายในครั้งที่พระผู้มีพระภาคประทับอยู่เชตวัน
อุบาสกทั้งหลายมารักษาอุโบสถศีล (สมาทานรักษาศีล ๘ และเจริญกุศลในวันพระ)
จึงทรงตรัสสรรเสริญว่า อุโบสถนี้เป็นเชื้อสายแห่งหมู่บัณฑิตมาตั้งแต่สมัยก่อน
และรักษาอุโบสถเพื่อข่มกิเลส
จึงทรงเล่าเรื่องราวในอดีตกาลสมัยที่ทรงเกิดเป็นพราหมณ์
และได้ออกบวชเป็นดาบสดังเรื่องราวที่เล่ามาด้านบน


ปัญจุโปสถิกชาดก พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๙ คัมภีร์ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑


สาธุ สาธุ สาธุ ขออนุโมทนาบุญกับทุกท่านที่ร่วมอ่าน ศึกษา
ขอบุญกุศลทั้งปวงจงสำเร็จแก่ บิดามารดา ครูอาจารย์
ผู้มีพระคุณ เหล่าญาติมิตร เพื่อนฝูง บริวาร
ตลอดถึงเจ้ากรรมนายเวรทั้งหลาย
ขอให้ทุกดวงจิตดวงวิญญาณ ได้พบความสุข ความสำเร็จกันทั้งสิ้นเทอญ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 05, 2017, 09:48:47 PM โดย กฤติยา »

 

SMF spam blocked by CleanTalk