ผู้เขียน หัวข้อ: ราคาพาร์ คืออะไร และหุ้นแตกพาร์คืออะไร  (อ่าน 33339 ครั้ง)

admin

  • Administrator
  • Full Member
  • *****
  • กระทู้: 218
    • ดูรายละเอียด
ราคาพาร์ คืออะไร และหุ้นแตกพาร์คืออะไร
« เมื่อ: พฤศจิกายน 10, 2014, 07:45:14 PM »
ราคาพาร์ คืออะไร  และหุ้นแตกพาร์คืออะไร

หลายคนคงสงสัย โดยเฉพาะคนที่เพิ่งเข้าตลาดหุ้น อาจจะเห็นผ่านหูผ่านตามาบ้าง หรือว่าอาจจะเคยอ่านในหนังสือพิมพ์ ซึ่งถ้าคนที่ไม่รู้ก็จะไม่เข้าใจว่าเค้าเอาไว้ใช้ทำอะไร หรือมันบอกอะไรได้บ้าง

ราคาพาร์ คือ ราคาที่คนที่เริ่มต้นธุรกิจ หรือตั้งบริษัทขึ้นมาไปจดทะเบียนกับรัฐว่ามีทุนเท่าไหร่ จะแบ่งหุ้นเป็นกี่หุ้น ซึ่งจะได้ว่า

ราคาพาร์ = ทุนจดทะเบียน / จำนวนหุ้น

เช่น สมมุติเราเป็นเจ้าของ Facebook และเราจะไปตั้งบริษัท มีทุนเริ่มต้นที่ 10,000 ล้านบาท เราคิดว่าอยากให้มีหุ้น 1,000 ล้านหุ้น จะได้

ราคาพาร์ = 10,000 / 1,000 = 10 บาท ต่อหุ้น

ถ้าเราอยากให้มีหุ้น 10,000 ล้านหุ้นหละ

ราคาพาร์ = 10,000 / 10,000 = 1 บาท ต่อหุ้น

และบริษัทอาจจะเรียกเก็บเงินจากผู้ถือมากกว่าราคาพาร์ก็เป็นไปได้

เช่นหุ้นราคาพาร์หุ้นละ 10 บาท บริษัทสามารถเรียกเก็บที่ 12 บาทได้

(โดยต้องกำหนดไว้ตั้งแต่เริ่มตั้งบริษัทว่าจะเก็บเท่าไร)

ส่วนที่เกินราคาพาร์นั้นจะถูกบันทึกเป็น "ส่วนเกินมูลค่าหุ้น" ในงบการเงิน

จะเห็นว่าพาร์มันบอกอะไรเราไม่ได้มากเท่าไหร่ บอกแค่ว่าเงินเริ่มต้นทำธุรกิจเป็นเท่าไหร่ และมีหุ้นทั้งหมดในบริษัทเท่าไหร่ ยิ่งพาร์น้อยๆ จำนวนหุ้นมักจะเยอะ

ส่วนใหญ่หุ้นพาร์น้อยๆ จะปั่นกันง่าย สังเกตดูหุ้นในตลาดบ้านเราสิ หุ้นที่พาร์ไม่ถึง 10 สลึง ปั่นกันเป็นว่าเล่น และเปอร์เซ็นต์ในการขึ้นลงมันจะเยอะกว่า

* เพิ่มเติมนะครับ ราคาพาร์ ไม่จำเป็นต้องเท่ากับราคา IPO *


Cr.TORO.IN.TH

หุ้นแตกพาร์คืออะไร

นี่เป็นคำถามที่หลายๆคนที่ยังใหม่อยู่กับตลาดหุ้นอาจสงสัย ปรกติเวลาซื้อหุ้นนั้นเราจะต้องซื้ออย่างน้อยครั้งละ 100 หุ้น (ยกเว้นถ้าราคาของหุ้นตัวนั้นสูงกว่า 500 ติดต่อกันมาเป็นเวลานานก็จะสามารถซื้อได้ทีละ 50 หุ้น)

สมมุติบริษัทๆหนึ่งมีหุ้นอยู่ทั้งหมด 1000 หุ้น ตอนแรกราคาหุ้นละ 50 บาท ที่ราคานี้เวลาจะซื้อหุ้นบริษัทนี้เราจะต้องใช้เงินอย่างน้อยครั้งละ 5000 บาท (100 หุ้น) ถ้าผ่านไปซักระยะหนึ่งธุรกิจของบริษัทนี้ไปได้ดีแล้วราคาหุ้นขึ้นไปเป็นหุ้นละ 400 บาท ตอนนี้จะซื้อหุ้นบริษัทนี้ทีนึงต้องใช้เงินถึง 40,000 บาท ซึ่งถือว่าเป็นเงินไม่น้อยสำหรับนักลงทุนรายย่อยหลายๆคน เมื่อเงินที่ต้องใช้ซื้อขายแต่ละครั้งค่อนข้างสูงหลายๆคนอาจจะเลิกซื้อขายหุ้นตัวนี้แล้วหันไปลงทุนตัวอื่นทำให้สภาพคล่อง (ปริมาณการซื้อขาย) ของหุ้นตัวนี้ลดลงอย่างมากซึ่งก็จะทำให้การซื้อขายลำบาก

เพื่อแก้ปัญหานี้บริษัทก็อาจจะทำการ "แตกพาร์" คือหุ้นของทุกบริษัทนั้นจะมีราคาพาร์อยู่ สมมุติว่าราคาพาร์ของบริษัทนี้เป็นหุ้นละ 10 บาท บริษัทก็อาจจะทำการแตกพาร์เป็นเหลือหุ้นละแค่ 1 บาท เมื่อราคาพาร์ลง 10 เท่า จำนวนของหุ้นก็จะต้องเพิ่มขึ้น 10 เท่า เพื่อให้มูลค่ารวมของบริษัทเท่าเดิม

จากเดิมที่บริษัทมีอยู่ทั้งหมด 1000 หุ้น ที่ราคาพาร์ 10 บาท ตอนนี้ก็จะเป็น 10,000 หุ้นที่ราคาพาร์ 1 บาท

เพราะฉะนั้นตอนนี้ราคาตลาดของหุ้นก็ควรจะลดลงจากหุ้นละ 400 บาทเหลือหุ้นละ 40 บาท เพราะมีหุ้นมากกว่าเดิม 10 เท่า จากเดิมที่แต่ละหุ้นเท่ากับการเป็นเจ้าของบริษัท 0.1% ก็เหลือเพียงแค่ 0.01% สำหรับคนที่มีหุ้นอยู่แล้วก่อนแตกพาร์ก็จะได้จำนวนหุ้นเพิ่มขึ้น 10 เท่า (คือเป็นเจ้าของบริษัทในสัดส่วนที่เท่าเดิม)

พูดง่ายๆการแตกพาร์ก็คือการทำให้จำนวนเงินที่ต้องใช้ในการซื้อขายหุ้นแต่ละครั้งลดลงเพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้กับหุ้นนั่นเอง

Cr.Stupid Stock Trader

ปล.สาเหตุที่ต้องมีการแตกพาร์ก็เพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้กับหุ้นตัวนั้นๆ แต่ปัจจุบันกลายเป็นจิตวิทยา หุ้นราคาถูกอยู่แล้วก็แตกพาร์เพื่ออาศัยข่าวการแตกพาร์ช่วยดันราคาให้สูงขึ้น


 

SMF spam blocked by CleanTalk